ReadyPlanet.com
dot dot
พระคัมภีร์ชวดาร article
   
    โดย  ยส  พฤกษเวช
     
   

พระคัมภีร์ชวดาร

               อาจารย์กล่าวไว้ว่า  มนุษย์ทั้งหลายจะเกิดสรรพโรคต่าง ๆ  ตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดาตราบเท่าจนอายุขัย  อาศัยโลหิตและลม ต่อไปนี้สำแดง  ซึ่งลมอันบังเกิดโทษให้ถึงพินาศอันตรายเป็นอันมาก  คือ

ลมอันบังเกิดโทษให้ถึงพินาศอันตรายเป็นอันมาก  ๒  ประการ
               - อุทธังคมาวาต : พัดขึ้นเบื้องบน
               - อโธคมาวาต : พัดลงไปจนปลายเท้าเป็นเบื้องต่ำ
ถ้าลมทั้งสองระคนกันเข้าเมื่อใด  จะทำให้โลหิตนั้นร้อนดังไฟ  อันเกิดได้วันละ  ๑๐๐  หน อาการทั้ง  ๓๒  ก็พิกลจากภาคที่อยู่  เตโชธาตุก็มิปกติ  เหตุที่ทำให้ลมทั้งสองระคนกันได้และให้โทษแก่มนุษย์ทั้งปวง  เนื่องจาก

               ๑.  บริโภคอาหารมิได้เสมอ   
               ๒.  ต้องร้อนต้องเย็นยิ่งนัก

     
    สาเหตุที่ทำให้ลมทั้งสองระคนกัน
               - อาหารให้โทษ  ๘  ประการ
                    ๑.  กินมากกว่าอิ่ม
                    ๒.  อาหารดิบ
                    ๓.  อาหารเน่า
                    ๔.  อาหารบูด
                    ๕.  อาหารหยาบ
                    ๖.  กินน้อยยิ่งนัก
                    ๗.  กินล่วงผิดเวลา
                    ๘.  อยากเนื้อผู้อื่นยิ่งนัก
     
   

             - ต้องร้อนต้องเย็นยิ่งนัก        ดังนั้น  ลมอโธคมาวาตา  จึงพัดขึ้นไปหาอุทธังคมาวาตา บางทีลมอุทธังคมาวาตาก็พัดลงมาหาลมอโธคมาวาตา  จึงพัดโลหิตเป็นฟอง  อาการ  ๓๒  จึงเคลื่อน จากที่อยู่     
               เหตุที่เป็นไข้เยียวยายากยิ่งนัก  ท่านวิสัชนาไว้ว่า    อาศัยลมอันหนึ่ง  ชื่อ  หทัยวาต   เกิดขึ้นในน้ำเลี้ยงหัวใจ  ถ้ามนุษย์ผู้ใดถึงแก่อายุขัยแล้วเยียวยารักษามิหาย   ถ้าเป็นปัจจุบันโทษยังมิตัด  พึงให้รวมยาระงับลมหทัยวัตถุเสียก่อน แล้วจึงให้แต่งยานี้

            - ยาจิตรารมณ์     ตรีผลา  สิ่งละ  ๒  สลึง  เปลือกผลส้ม  ๘  ประการ สิ่งละ  ๑  สลึง  ขอนดอก ๑  บาท  กฤษณา  ๑  บาท  กระลำพัก  ๑  บาท ชะลูด  ๓ สลึง  อบเชย ๑  บาท  ชะเอมทั้ง ๓  สิ่งละ  ๖ สลึง  ดอกพิกุล ๓  สลึง  ดอกบุนนาค ๒  สลึง  สารภี ๑  บาท  ผลจันทน์ ๑  เฟื้อง  ดอกจันทน์ ๑ เฟื้อง  เทียนทั้ง ๕ สิ่งละ ๑ เฟื้อง  โกศสอ ๑  บาท  โกศพุงปลา ๒  สลึง  เปราะหอม ๖ สลึง  พริกไทยล่อน ๑  บาท  จันทน์ ๒  สิ่งละ

     
   

๓  สลึงเฟื้อง  ชะมดเชียง๑  บาท  การบูร ๑  บาท พิมเสน ๗ สลึง  ผลสะเดาอ่อน ๑  ตำลึง  กระแจะตะนาว ๑  บาท  ดอกมะลิสดเท่ายาทั้งหลาย   น้ำดอกไม้เทศเป็นกระสายยา บดทำแท่งไว้เท่าผลมะแว้ง  ละลายน้ำร้อน  น้ำผึ้ง  น้ำส้มซ่า  น้ำสุรา  กระสายยาต่าง ๆ  แทรกน้ำตาลกรวดกิน  แก้ลมสวิงสวาย  และดวงจิตระส่ำระสาย และให้วิงเวียน  ลมตรีโทษเกิดในหทัย  และดวงจิตขุ่นมัว  และร้อนในอก ร้อนในสันหลัง  กินหายแล

            - ยากล่อมอารมณ์   แก้ลมปัจฉิมที่สุด  ลมตรีโทษหทัยวาต บังเกิดดุจหม้อข้าวเดือด ชื่อว่าลมทักขิณคุณ ท่านให้เอาผลกัญชาเทศ๑ ( ถ้ามิได้ผลเอาใบก็ได้ )  กฤษณา  ๑  กระลำพัก  ๑  ขอนดอก  ๑  ชะลูด ๑  อบเชย ๑  ชะเอมทั้ง ๒  ดอกส้ม  ๘  ประการ  ดอกขิง ๑  ดอกข่า ๑ ดอกขมิ้น ๑  ดอกกะทือ ๑ ดอกไพล ๑  เทียนทั้ง ๕  โกศสอ ๑  ดอกพิกุล ๑  ดอกบุนนาค ๑  ดอกสารภี ๑  ผลผักชีทั้ง ๒  มหาหิงคุ์ ๑  ใบกระท่อม ๑  กระเทียม ๑  ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ  ๒ สลึง  ดอกมะลิ ๒  ตำลึง  จันทน์ทั้ง ๒  สิ่งละ ๒ สลึง  พิมเสน ๕  สลึง  กานพลูกึ่งยาทั้งนั้น  การบูรเท่ายาทั้งนั้น   น้ำผึ้งเป็นกระสายปั้นเท่าผลหวาย  น้ำกระสายยักใช้ตามโรคนั้นเถิด 

            อันว่าลมเกิดในทิศเบื้องต่ำ  คือ  ลมอัมพฤกษ์อัมพาต ลมทั้ง ๒  นี้บังเกิดแต่ปลายแม่เท้าไปตราบเท่าเบื้องบนอัมพฤกษ์ อัมพาต นั้นเป็นที่ตั้งแห่งลมทั้งหลาย  อันบังเกิดจรได้ละ ๑๐๐ ละ ๑,๐๐๐  หน   

   

           

   

ลมมีพิษมาก  ๖  จำพวก
               - ลมกาฬสิงคลี : ถ้าจับ  ให้หน้าเขียว   ขอบตาเขียว  บางทีจับหัวใจสั่น  บางทีถอนหายใจฮึดฮืด  บางทีให้ดิ้นดุจตีปลา  ให้ผุดเป็นวงดำ  วงแดง  วงเหลือง  วงเขียว  เท่าใบพุทรา เท่าแว่นน้ำอ้อย  กำหนด  ๓  วัน

               - ลมชิวหาสดมภ์ : แรกจับ  ให้หาว  ให้เรอ  ให้เหียน  ขากรรไกรแข็งอ้าขบลงมิได้  ให้นิ่งแน่ไปไม่รู้สึก  ปลุกมิตื่น  กำหนด  ๓  วัน  ๗  วัน

               - ลมมหาสดมภ์ : เมื่อจับ  ให้หาวนอนเป็นกำลัง  ให้นอนแน่นิ่งไป มิรู้สึกกายแล

               - ลมทักขิณโรธ : เป็นไข้อันใดๆ ก่อน  ให้จับมือเท้าเย็น  จักษุมัว  ห้ามมิให้วางยาผาย  ให้ดิ้นรนหยุดมิได้อยู่  เจรจามิได้  ลิ้นกระด้างคางแข็ง แพทย์จะแก้ ๆ ให้จงดี

               - ลมตติยาวิโรธ : ให้มือเท้าเย็น  เป็นลูกกลิ้งอยู่ในท้อง  ให้จุกร้องดังสัตว์ตอด สัตว์กัด  บางทีปวดแต่แม่เท้าขึ้นมาจนถึงหัวใจ  นิ่งแน่ไปดุจดังพิษงูเห่า

               - ลมอีงุ้มอีแอ่น : เมื่อล้มไข้เหมือนสันนิบาต   เมื่อจับนั้นอีงุ้มงอไปข้างหน้า อีแอ่นงอไปข้างหลัง  ถ้าลั่นเสียงเผาะเมื่อใดตายเมื่อนั้น

     
   

ลมอันมีพิษ  อีก  ๖  จำพวก
               - ลมอินทรธนู : เมื่อล้มไข้เหมือนรากสาด  เป็นวงล้อมสะดือแดง  สะดือเขียว  สะดือเหลือง เท่าวงน้ำอ้อยงบ  แต่ชายโครงตลอดจนหน้าผาก  พิษนั้นให้อื้ออึงคะนึงแต่อยู่ในใจ  ให้เพ้อพกดังผีเข้าอยู่  ถ้าหญิงเป็นซ้าย  ชายเป็นขวาอาการตัด
               - ลมกุมภัณฑ์ยักษ์ : ล้มไข้ลงดุจสันนิบาต  เมื่อจับให้ชักมือกำเท้างอ ไม่ได้สมปฤดี  กำหนด ๑๑ วัน
               - ลมอัศมุขี : เป็นทั้งผู้ใหญ่และเด็ก   ให้ดิ้นร้องแล้วชักแน่ไปไม่ได้สมปฤดีเลย
               - ลมราทยักษ์ : ล้มไข้ลงดุจอย่างสันนิบาต   เมื่อจับให้มือกำชัก เท้างอ   ลิ้นกระด้างคางแข็ง  กำหนด  ๑๑  วัน
               - ลมบาดทะจิต : ล้มไข้ลงดุจอย่างสันนิบาต   แรกจับให้ละเมอเพ้อพกว่านั่นว่านี่  ทำอาการดุจปีศาจเข้าอยู่ บางทีว่าบ้าสันนิบาต  เพราะเหตุจิตระส่ำระสาย  กำหนด  ๑๐ วัน
               - ลมพุทธยักษ์ : ให้ชักกระสับกระส่าย  ให้ขบฟันเหลือกตา  ให้มือกำเท้างอ  ปากเบี้ยว  จักษุแหก   แยกแข้งแยกขา  หาสมปฤดีมิได้

     
                ลมจำพวกเหล่านี้เยียวยายากนัก   เป็นปัจฉิมที่สุดโรคแล้ว  พิจารณาดูทวารหนัก ทวารเบา  ถ้ายังอุ่นอยู่  ให้แก้ต่อไป  ประการหนึ่ง  ให้ดูผิวเนื้อ เอานิ้วมือกดลงแล้วยกขึ้นดู  ถ้าหาโลหิตมิได้  เป็นรอยเขียวซีด  อาการตัดแล
               อนึ่ง  ในคัมภีร์มหาโชตรัต  ว่าโลหิตให้โทษแก่สตรีคลอดบุตร  และชายต้องบาตรโลหิตตีขึ้นไป  ถึงแก่วินาศเป็นอันมาก   โลหิตทำพิษตีขึ้นดังนี้ อาศัยลมจึงตีขึ้นไปได้   อุปมาเหมือนคลื่นอันอาศัยลม ๆ กล้า  แล้วซัดท่วมขึ้นไปบนฝั่งและภูเขา  โลหิตจึงเป็นฟอง  ดังบุคคลเคี่ยวด้วยเพลิงวันละร้อยละพันหน มีไออันฟุ้งขึ้นไปด้วยกำลังวาโยธาตุ  ทำหทัย  ดี  ตับ  ม้าม  ให้เศร้าหมองเชื่อมมึน  มีหัวใจระส่ำระสายซบเซา  ก็บังเกิด  ลมสัตถกะวาต  ลมหทัยวาตกำเริบ  กระทำให้จักษุไม่เห็น  โสตประสาทมิได้ยิน  ชิวหาและนาสิกมิรู้จักรสกลิ่นสิ่งใด หาสติสมปฤดีมิได้  หทัยวัตถุก็แตกออก  ถึงแก่วินาศเพราะด้วยกำลังลม
     
  การรักษาโรคลม
     พิจารณาว่าลมนั้นบังเกิด  ณ  ที่ใด  เกิดเพื่อเส้น เนื้อ  โลหิต  กระดูก  ผิวหนัง  หัวใจ  แล้วจึงพิจารณายาควรแก่โรค
     ถ้าลมจำพวกใดบังเกิดขึ้นในเส้น     >>>>>     ชอบนวดและยาประคบ กินยาแก้ลมในเส้นจึงหาย
     ถ้าลมจำพวกใดบังเกิดแต่โลหิต     >>>>>     ให้ปล่อยหมอน้อย (ปลิง)  กอกศีรษะ  กินยาในทางลม  ทางโลหิต จึงหาย   
     ถ้าลมจำพวกใดบังเกิดในผิวหนัง     >>>>>     ชอบทายาและรม และกอกลม  กินยาในทางลม และรักษาผิวหนังให้บริบูรณ์  จึงหายแล
     
   

 ยารักษาโรคลม

               - ยาวาตาพินาศ     แก้ลมร้าย     เบญจกูล  สิ่งละ ๒  สลึง  ผลคนทีสอ ๑  ตรีผลา ๑  ลำพัน ๑  เทียนทั้ง ๕  มหาหิงคุ์ ๑  ยาดำ ๑  ใบมะตูม ๑ ใบสหัศคุณ ๑  ใบกระวาน ๑  ใบสลอด ๑  ผักชีล้อม ๑  ผักชีลา ๑  ผลโหระพาเทศ ๑  กระเทียม ๑  เอาสิ่งละ ๓  สลึงเฟื้อง  ผิวมะกรูด ๗  ผล  ดีเกลือ ๑ ตำลึง  สมอไทยที่กินผลลงนั้น  ๒  ตำลึง  ผลสลอดเม็ดแก่ ๓  เม็ด   บดด้วยน้ำส้ม  ๘  ประการ  หมักไว้สดๆ  กินไปบรรจุลมร้ายทั้งปวง  และลมทั้งหลายดังกล่าวมานั้นแล

               - ยาเบณจขันธ์   ผายลมทั้งปวง   อันบังเกิดในเส้นเอ็น      เบญจมูลเหล็ก ๑  เบญจเทียน ๑  เบญจโกฐ ๑  เบญจสมอ ๑  เบญจเกลือ ๑  ยาทั้งนี้ต้ม ๓ เอา ๑  กินผายลมทั้งปวง   อันบังเกิดในเส้น  ในเอ็น  หายแล 
 
               - ยาเขียวประทานพิษ      พริกไทย ๑  ใบสะค้าน ๑  ใบดีปลี ๑  ใบมะตูม ๑  ใบสมี ๑  ใบลำพัน ๑  ใบสหัศคุณ ๑  ใบกระวาน ๑  ใบผักเสี้ยนทั้ง๒  ใบเถาวัลย์เปรียง ๑  ใบโหระพา ๑  ใบแมงลัก ๑  ใบกระเพรา ๑  ใบมะระ ๑  ใบผักกระโฉม ๑  ใบพรมมิ ๑  ใบผักกาด ๑  ใบมูลเหล็ก ๑  ใบคนทีสอ ๑ ใบมะกรูด ๑  ใบมะนาว ๑  ใบประคำไก่ ๑  ใบหมากผู้หมากเมีย ๑  ใบมะยม ๑  ใบมะเฟือง ๑  ใบสลอด ๑  ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ  ๒  สลึง  กะทือ ๑  ไพล ๑ พริก ๑  ขิง ๑  หอม๑  กระทียม ๑  ไคร้หอม ๑  เปลือกกุ่ม ๑  เปลือกมะรุม ๑  เปลือกทองหลาง ๑  เจตมูล ๑  ผักแพวแดง ๑  กระดอม ๑  หัวแห้วหมู ๑ ผลพิลังกาสา ๑  ผักชีล้อม ๑  ผักชีลา ๑  เทียนทั้ง ๕  มะแว้งทั้ง ๒  มะเขื่อขื่น ๑  สมุลแว้งทั้ง ๒  เอาสิ่งละ  ๗  สลึง  เปราะหอม ๕  สลึง  ใบสะเดากึ่งยา ใบพิมเสนเท่ายา   เมื่อบดเอาแก่นสน ๑  กฤษณา ๑  แก่นปรู ๑  สักขี ๑  กระลำพัก ๑  ขอนดอก ๑  ชะลูด ๑  โกฐทั้ง ๕  เกสรบัวน้ำทั้ง ๕  เกสรดอกไม้สดทั้ง๕  ดอก  มะลิสดเท่ายา   ต้ม  ๓  เอา  ๑   เอาน้ำบดยานั้นปั้นเท่าเม็ดพุทธรักษา  กิน  ๔  เม็ด  ๗  เม็ด  ถ้าลมกาฬสิงคลี ละลายน้ำสุรา  ถ้าลมชิวหาสดมภ์ ลมมหาสดมภ์  ละลายน้ำมะกรูด  น้ำมะนาว  น้ำมะงั่ว  ถ้าลมทักขิณโรธละลายน้ำผึ้ง  น้ำข่า   ถ้าลมตติยาวิโรธละลายน้ำขิง น้ำผึ้ง  ถ้าลมอีงุ้มอีแอ่น ละลายน้ำเกลือ  น้ำส้มสายชู  น้ำมะขามเปียก  ถ้าลมอินทรธนู ละลายน้ำเบญจกูลต้ม  ถ้าลมกุมภัณยักษ์ ละลายน้ำร้อน  น้ำหญ้าแห้วหมู  ถ้าลมพุทธยักษ์ ละลายน้ำผึ้ง น้ำขิง  น้ำไพล ลมนอกจากนี้ก็แก้ได้  ทั้งกินทั้งทา แก้สรรพลมทั้งหลาย  ลมกระสาย  ลมริดสีดวง  ลมกาฬวิงเวียน  ลมคลื่นเหียนและลมต่าง ๆ  น้ำกระสายยาต่าง ๆ  ตามแต่จะใช้

     
   

               - ยาเหลือง    แก้ลมพิษงูเห่า     ให้แก้แต่ต้นจนที่สุด     ตุ๊กต่ำ ๑  สุพรรณถันเหลือง ๑  สุพรรณถันแดง ๑  ชาดหรคุณ ๑  เมล็ดในมะนาว ๑  ข่า๑  กะทือ ๑  พริก ๑  ขิง ๑  กระเทียม ๑  เปล้าน้อย ๑  พาดไฉน ๑  กระวาน ๑  กานพลู  เทียนทั้ง ๕  ผลผักชีทั้ง ๒  เสมอภาค  หัสคุณกึ่งยา  ไพลเท่ายา ตำเป็นผงไว้แก้ลมทั้งหลายต่าง ๆ   แก้ลมพิษต่าง ๆ  แก้ทรางอันเกิดแต่ลมเสมหะ  แก้ลมริดสีดวง  แก้ลมเถา  ลมดาลก็ได้ น้ำกระสาย  น้ำผึ้ง  น้ำอ้อย  น้ำสุรา น้ำส้มก็ได้  ตามควรแก่โรคเถิด  แก้สรรพลมแล

               - ยาแก้ลมอันใดแน่นิ่งไป      ผักเสี้ยนทั้ง ๒  ใบละหุ่งแดง ๑  ใบลำโพง ๑   บดพอกแต่สะดือจนถึงหน้าอก  และพริกไทย ๑  ข่า ๑  พริกเทศเท่ายา ตำพอกฝ่าเท้าทั้งสองแล้ว   เอาเหล็กนาบ  เอาหอม ๑  ไพล ๑  มะกรูด ๓  ผล  ตำพอกกระหม่อม  เผาเหล็กแดงอังเข้าให้ชิด  อย่าให้ถึงยา  แล้วเอาปากกัดที่หัวแม่เท้าให้หนัก ๆ ถ้าร้องโอยแล้วมิเป็นไร  หายแล   
 
               - ยาแก้ลมมหาสดมภ์   ลมอัมพาตคู่กัน       เมื่อจับนั้นให้ลิ้นหดเข้า  เอาผักคราด ๑  แมงลัก ๑  ข่า ๑  สารส้ม ๑  เกลือสินเธาว์ ๑  พรมมิ ๑ บดปั้นแท่งไว้ทาลิ้นหด

               - ยาแก้ลมราทยักษ์   ลมปัตคาต  และลมพิษ      มหาหิงคุ์ ๑  ว่านน้ำ ๑  ผลช้าพลู ๑  ขิง ๑  ผักแพวแดง ๑  เทียนเยาวภาณี ๑  โกฐสอ ๑  บดละลายน้ำร้อน  แก้ลม  ๘  ประการ  แต่ต้นจนปัจฉิมที่สุด   แก้ลมพัดเสมหะในอกให้เป็นหืดไอ   ลมนั้นให้เย็นไปทั้งกายก็ดี  เอาน้ำขิงละลายกินหาย  ลมอติสารให้ปิดให้ลง  ละลายน้ำผึ้ง  ลมพัดให้แสบไส้เป็นก้อนในท้องและคอแห้ง  ละลายน้ำส้มซ่าแทรกเบญจกูลกินหายแล
 
              

     
          - ยาชุมนุมวาโย    แก้ลมในเส้นท้อง  ผิวหนัง  ในโลหิต  ในกระดูก  ในเนื้อ  และตามที่ต่างๆ    เอาผลช้าพลู ๑  สะค้าน ๑  ดีปลี ๑  มหาหิงคุ์ ๑ ยาดำ ๑  ตรีผลา ๑  ไพล ๑  ข่า ๑  กะทือ ๑  กระชาย ๑  คนทีสอทั้งใบทั้งผล  ข้าวค่า ๑  สมุลแว้ง ๑  ดองดึง ๑  ผิวมะกรูด ๑  มะนาว ๑  สหัสคุณทั้ง ๒ เปล้าทั้ง ๒  กระวาน ๑   กานพลู ๑  เทียนทั้ง ๕  โกฐสอ ๑  สารส้ม ๑  เกลือสินเธาว์ ๑  น้ำประสานทอง ๑  กรุงเขมา ๑ใบสะเดา ๑  ใบเปราะหอม ๑  เอาสิ่งละ  ๒  สลึง  พริกไทย ๔  บาท  กระเทียม ๔  บาท  ขิงสด  ๘  บาท  ผลสลอด  ๓  สลึง  เอาน้ำส้ม ๘  ประการ  เป็นกระสายยา  บดปั้นแท่งเท่าผลมะแว้ง ละลายน้ำผึ้งรวง  พิมเสนรำหัด  กินบำบัดลม  ๑๐๐  จำพวก  ดังกล่าวมาแต่ต้นนั้นหายแล          
     
   

ลมพิเศษ
๑.  ลมปัถวีธาตุกำเริบ  ลมพัดอาโปธาตุเป็นฟอง  สำแดงโทษบวมทุกสถาน
               ยารักษา
                    - ยาพระแสงจักร     สหัสคุณ  เปล้าน้อย  เบญจกูล  ขิง  เทียนทั้ง ๕  ตรีผล  ไพล  ดองดึง  สมุลแว้งเท่ายา เจตมูลกึ่งยา  สารส้มเท่ายา  บดพอกลมจับแต่แม่เท้าจนศีรษะ  แก้ลมกลิ้งในท้อง  ลมมือตายเท้าตาย  ลมจับเท้าเย็น   อันมีพิษในกายหาย
                    - ยาแก้ลมกล่อน     ผลผักคราด  ผลผักชีล้อม  เปล้าทั้ง ๒  จุกโรหินี  ผลมะตูมอ่อน  ผลแตงกวา  กุ่มน้ำ  บอระเพ็ด  ตองแตก  เอาเท่า ๆ กัน ใบสลอดเท่ายา  ทำผงละลายน้ำร้อน  น้ำสุรา  กินแก้ลมทั้งหลาย  ลมขัดตะโพก  ลมพรรดึก  ลมปวดท้อง  ลมจุกอก  ลมขัดข้อ   ลมดังกล่าวมาแต่ต้นนั้นก็หาย

๒. ลมพัดในลำไส้ ให้เป็นลูก  กลิ้งขึ้น กลิ้งลงอยู่ในท้อง  ให้จุกอก เสียดแทงตามชายโครงทั่วสรรพางค์กายและเสียดหัวใจ
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมพัดในลำไส้  เทียนดำ ๑  บาท  สารส้ม ๑  บาท  ขิง ๑  บาท  กระเทียม ๑  บาท  พริกล่อน ๑  บาท  ดองดึง ๑  บาท  กระลำพัก ๒ สลึง  ขอนดอก ๒  สลึง  ดีปลีเท่ายา  ตำผงละลายสุรากิน หายแล
                    - อีกขนานใช้คู่กัน พริกไทย ๒  สลึง  เกลือสินเธาว์ ๒ สลึง  ดีปลี ๒  สลึง  เบญจกูลสิ่งละ  ๒  สลึง  กระเทียมเท่ายา  ตำผงละลายน้ำร้อน  น้ำผึ้ง  แก้ลมกลิ้งขึ้นกลิ้งลงหายแล

     
๓. ลมเข้าในไส้ใหญ่ไส้น้อย  ให้ชักมือ ชักเท้าแข็งงอ  จะเปิบข้าวก็มิได้  จะจับสิ่งอันใดก็มิได้  สมมุติเรียกว่า  ลมตะคริว   
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมเข้าในไส้ใหญ่ไส้น้อย      เอาน้ำมันหมู ๑  บาท  หัวดองดึง ๑  บาท  พริกไทย ๒๐  บาท  ใส่หม้อฝังไว้ใต้ดิน ๓  วัน  แล้วเอาขึ้นหุงให้คงแต่น้ำมัน  จึงเอาการบูร  พิมเสน  กระวาน  กานพลู  น้ำมันงูเหลือม  ใส่ลงทาผึ้งแดดสำหรับรมเท้าตายหายแล 
                    - เอาเจตมูลทั้ง ๒  หัวกระดาดทั้ง ๒  หัวอุตพิต  หัวกลอย   พิลังกาสา   สหัสคุณ  ผักคราด  เปลือกโมกมัน ข้าวกับแก้  กระเทียม  ช้าพลู  ผลจันทน์  พริกไทยเท่ายาทั้งหลาย  บอคุลการด้วยกัน  ละลายน้ำผึ้งกินเท่าผลพุทรา  แก้ลมสารพัดทุกลม  ทั้งริดสีดวงมองคร่อ หืด ไอ  หายแล

๔. ลมบาทาทึก ให้สลบ  ทั้งลง  ทั้งอาเจียน  มิรู้ว่าสันนิบาตสองคลอง  ให้มือ / เท้าเขียว  ให้ชัก   มิรู้ว่าป่วง  ให้ลงกำหนด  ๓  วัน   
               ยารักษา
                    - ยาประสรรณี       พิษนาศน์  ระย่อม  ไคร้เครือ  เนระพูสีทั้ง ๒  เบญจกานี  ว่านกลีบแรด  ว่านร่อนทอง ว่านนางคำ  กฤษณา  กระลำพัก ชะลูด  ขอนดอก  ตุ๊กต่ำ  ดินถนำ  น้ำประสานทอง  ชาดจอแส  สุพรรณถันเหลือง  สุพรรณถันแดง  ชาดก้อน  ชาดหรคุณ  สน  กรักขี  มหาสดำ  เทพธาโร จันทน์ทั้ง ๒  พริกหอม  พริกหาง  พริกล่อน  พิกุล  บุนนาค  สารภี  มะลิ  จำปา  สังกรณี  สรรพโกฐ  สรรพเทียน  หิงทอง  ยาดำ  เบญจกูล  ผลผักชีล้อม ผักชีลา  โหระพา  กระเทียม  ดองดึง  เอาสิ่งละ ๑  เฟื้อง  ชะมด  พิมเสน  กระวาน  กานพลู  เอาสิ่งละ ๑  สลึง  เปล้าน้อย ๒  สลึง  ใบสลอด ๕  ตำลึง สหัสคุณ ๒  ตำลึง  ใบมะตูมเท่ายา  บดปั้นเท่าผลมะแว้งละลายน้ำผึ้งแก้ลม อาการดังกล่าวมาก็หาย  และลมหทัยวาตก็หายสิ้นแล      
                    - ยาประสะการบูร       แก้สรรพลมใหญ่ทั้งหลายแลผายธาตุ     ผลจันทน์  มหาหิงคุ์  สะค้าน  เปราะหอม  เทียนขาว  เทียนเยาวภาณี ตรีกฏุก  ตรีผลา  ไพล  ใบคนทีสอ  แห้วหมู  ผิวมะกรูด  สิ่งละเสมอภาค การบูรเท่ายา  ตำผงละลายน้ำร้อนกินเท่าผลพุทรา  แก้ลมใหญ่ลมน้อยทั้งปวงหายแล
     
   

๕. ลมพานไส้  ให้อาเจียน  ให้จุกอก  ถ้าเป็นไปถึงกำหนด  ๗  เดือน  มักเป็นตัวเสียดอยู่ซี่โครงซ้าย  ให้ผอมเหลือง  พอใจอยากของสดของคาว  ครั้นถึง  ๓  ปี จะตาย     
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมพานไส้  น้ำมะงั่ว  น้ำสุรา  น้ำมะนาว  น้ำข่า  น้ำเต้าขม  เอาสิ่งละจอก เคี่ยวให้เป็นยางมะตูมกินหาย 
                    - ยาแก้ลมอัมพฤกษ์ลมอัมพาต  ให้มือให้เท้าตาย     เอาน้ำมะงั่ว  น้ำมะกรูด  เปลือกทองหลางใบมน  ไพล  ข่า  ขมิ้นอ้อย กุ่มทั้ง ๒  กระเทียม รากเจตมูล พริกไทย  ผักเสี้ยนผี  เกลือ  การบูร ผลจันทน์  ดอกจันทน์ เอาเท่าๆกัน  ตำผงน้ำกระสายตามควรๆ รับประทาน
                    - ยาแก้ลมออกตามหูตามตา      เอาทะลายหมากที่เป็นเขาควาย  ๒  สลึง  บอระเพ็ด ๒  สลึง  ผักแพวแดง๒  สลึง  ดีปลี ๒  สลึง  แห้วหมู  ๒ บาท  ใบสลอด ๒  บาท  ใบมะตูม  ๒  บาท  กรุงเขมา ๒  สลึง  ยาทั้งนี้ตำผงละลายน้ำผึ้งกิน  จำเพาะแก้ลมออกหูออกตาหายแล

๖. ลมสูบพิษในลำไส้  ให้เวียนหัว  ให้อาเจียน  ให้จุกอก  ให้ปากหวานปากเปรี้ยว   ถ้าเป็นแก่บุคคลผู้ใด  ครั้นแก่เข้ากลายเป็นตัว  เข้าเสียดซี่โครงข้างซ้าย ครั้นแก่หนักเข้าให้ผอมเหลือง    
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมสูบพิษในลำไส้       หญ้าปากควายตำบิดน้ำจอก  น้ำบวบขมจอก  น้ำมะกรูดจอก  เคี่ยวให้เป็นยางมะตูม  เอาฝิ่น สลึง  มหาหิงคุ์ ๑ บาท  คุลีการ  (ผสมกัน)   ด้วยกันกินหายนักแล

     
๗. ลมตุลาราก  เกิดแต่คอหอยให้เหม็นคาวคอ   เฝ้าถ่มแต่เขฬะบ่อยๆ  จะหายใจก็ขัดอก  ถ้าเกิดแก่บุคคลผู้ใดได้  ๕  เดือน  เสียจักษุจึงหาย    
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมตุลาราก   เอาหน่อไม้ตาตับเต่า   ฝ้ายแดง  กานพลู  ผลจันทน์  ดอกจันทน์  ดีปลี  ตำผงละลายน้ำผึ้งกินหายแล

๘.  ลมกระษัยจุกอก  แล้วมักกลายเป็นบิด  ให้เกิดโลหิตและเสมหะในลำไส้นั้นร้อนประดุจดังใจจะขาด    
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมกระษัยจุกอกและเสียด       เอามะกรูด  มะนาว  ส้มป่อย  กำแพงทลาย  หญ้าเกล็ดหอย  ใบหนาด  ข่อยหยอง  ไคร้น้ำ  มูตรโค ผลมะเกลือ  ขมิ้นอ้อย  หัวบุก  หัวกลอย  เสมอภาค  น้ำมันงา ๑ ทะนาน  ผลจันทน์  ดอกจันทน์  กระวาน  กานพลู  ดีปลี  เทียนดำ  เทียนขาว  ปรุงหุงให้คงแต่น้ำมัน  ทั้งกินทั้งทา
                    - ยาแก้สลบ แก้ชัก     เชือกเถามวกทั้ง ๒  รากฟักข้าว  รากครอบจักรวาล   จันทน์ทั้ง ๒  ผลจันทน์  ดอกจันทน์  กระลำพัก  ชะเอมเทศ ชะลูด  ขอนดอก  กฤษณา  สรรพเกสร  สรรพโกฐ  สรรพเทียน   เปราะหอม  เสมอภาค  ใบกระวานเท่ายาทั้งหลาย  บดทำแท่งเท่าผลมะแว้ง  กินมื้อละ ๕  เม็ด  แก้ลมสันนิบาตและลมทั้งปวง
   

 

   

๙. ลมกำเดา  ให้วิงเวียน   ให้จักษุลาย  จักษุมืด  จักษุฝ้าและขาว   ให้ศีรษะหนักซุนและเจ็บจักษุ   โทษลมระคนกำเดา
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมกำเดา      มะกรูด  ๓  ผล  ไพล ๑  บาท  ต้มให้สุก  ดินประสิว ๑  บาท  หัวหอมโทน ๔  บาท ตำเคล้า   ส้มมะขามเปียกบดพอกหายอีกขนานหนึ่งคู่กัน      เอาใบละหุ่งแดง ๑  ใบลำโพงกาสลัก ๑  มะกรูด ๑  ผลดองดึง ๑  พริกไทย ๑  ขิงแห้ง ๑  เอาสิ่งละ ๑  บาท  ต้มด้วยน้ำส้มมะขามเปียก  แทรกดินประสิว  เคี่ยวให้งวด  เอาหัวหอมกึ่งยา  ไพลเท่ายาทั้งหลาย  บดสุม

๑๐.  ลมผูกธาตุให้เป็นพรรดึก  ครั้นนานไปกลายเป็นเสมหะกลัดเข้า  ให้ผอมแห้ง  กายเหลือง  ครั้นนานต่อไปอีกก็กลายเป็นหอบ เป็นไอ  กินข้าวกินนมมิได้ อาโปธาตุเป็นกำลัง  ให้บวม  แพทย์มิรู้  ว่าเป็นริดสีดวง
               ยารักษา
                    - ยาแก้ลมผูกธาตุให้เป็นพรรดึก      เอาน้ำบวบขม  น้ำมะขามเปียก  น้ำเถาวัลย์เปรียง  น้ำหญ้าไทร  เสมอภาค   กานพลู  มหาหิงคุ์  เทียนทั้ง ๕  หัสคุณ   รากส้มกุ้งทั้ง ๒   เบญจกูล  ฝักส้มป่อย  ตรีผลา  ตำลงใส่ในน้ำยากวนพอปั้นได้    รับประทานเท่าผลพุทรา     
                    - เบญจกูล  เถาวัลย์เปรียง  ตรีผลา   กระเทียม  ใบมะกา  น้ำอ้อย  ๓  งบ  ข่า  ๗  ท่อน  ใบสลอดเท่ายา ต้มด้วยน้ำท่าครึ่งหนึ่ง  น้ำมะพร้าวนาฬิเกครึ่งหนึ่งรับประทาน

     
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต    

 




คัมภีร์แพทย์แผนไทย

พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ ๑
พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ ๒ article
พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ 3 article
พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ 4 article
พระคัมภีร์กระษัย article
พระคัมภีร์ตักศิลา
พระคัมภีร์โรคนิทาน ตอนที่ ๑ article
พระคัมภีร์โรคนิทาน ตอนที่ ๒ article
พระคัมภีร์มหาโชตรัต ตอนที่ 1 article
พระคัมภีร์มหาโชตรัต ตอนที่ 2 article
คัมภีร์เวชศึกษา article
พระคัมภีร์ธาตุบรรจบ article
พระคัมภีร์ไพจิตร์มหาวงศ์ article
พระคัมภีร์ทิพมาลา article
พระคัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์ article
พระคัมภีร์มัญชุสาระวิเชียร article
พระคัมภีร์วิถีกุฏฐโรค article
พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ article
พระคัมภีร์ธาตุวิภังค์ article
คัมภีร์อติสาร article



ช่องทางใหม่กับคลีนิกการแพทย์แผนไทยพฤกษเวช
รับ ติว สอน อบรม
dot
dot
bulletสรุปเวชกรรมไทย
bulletรู้ทันโรค
bulletสาระน่ารู้
bulletโยนิโสมนสิการ
bulletยาสามัญประจำบ้าน
bulletโรคต่างๆ ในทรรศนะแพทย์แผนไทย
bulletประวัติความเป็นมาของ"ฤาษีดัดตน"
bulletย้อนรอยศาสตร์การนวด
bulletอาหารและการกินอาหารที่ทำให้เกิดโรคในคัมภีร์แพทย์แผนไทย
bulletตัวยา 9 รส
bulletน้ำมันมะพร้าว บทบาทต่อสุขภาพและความงาม


 

qrcode


Copyright © 2011 All Rights Reserved.