ReadyPlanet.com
dot dot
พระคัมภีร์โรคนิทาน ตอนที่ ๑ article
   
    โดย  ยส  พฤกษเวช
     
   

          พระคัมภีร์โรคนิทานเป็นพระคัมภีร์ที่ปู่ชีวกโกมารภัจจแพทย์ได้รจนาขึ้น    ว่าด้วยคนจะถึงแก่มรณะสิ้นอายุนั้น  เทวทูตในธาตุทั้ง  ๔  ก็มีลักษณะแสดงออกให้ทราบโดยมโนทวารอินทร์ประสาท  ธาตุอันใดจะขาด  จะหย่อน  จะพิการ  อันตธานประการใด ๆ ก็ดี  ก็แจ้งอยู่ในพระคัมภีร์มรณญาณสูตรนั้นแล้ว  แต่ที่นำมากล่าวเพื่อเป็นหลักเป็นประธาน

          บุคคลจะถึงแก่ความตายด้วยหลักประธาน  ๒  ประการ  คือ  
                1. มรณะด้วยโบราณโรค
                2. มรณะด้วยปัจจุบันโรค  ฤๅปัจจุบันกรรม

          ๑.  การมรณะด้วยปัจจุบันโรค      
               คือ   บุคคลตายจากปักกะมิกาพาธ  ท่านทุบถองโบยรันบอบช้ำ และต้องราชอาญาของพระมหากษัตริย์ให้ประหารชีวิตเสียด้วยหอกดาบปืนไฟก็ตายดุจเดียวกัน  แต่ว่าโดยเร็วโดยด่วน  มิได้ตายโดยปกติ  มิได้ตายโดยลำดับขันธ์  ลำดับชวนะธาตุทั้ง  ๔  ไม่ได้ล่วงเป็นลำดับกัน        

     
   ๒.   การมรณะด้วยโบราณโรค      
                คือ   อันบุคคลตายโดยกำหนดสิ้นอายุปริโยสานเป็นปรกติ  ธาตุทั้ง  ๔  ก็อันตรธานสูญหายเป็นลำดับกันไป  คือ  ธาตุดิน  ๒๐  ธาตุน้ำ  ๑๒  ธาตุลม  ๖ ธาตุไฟ  ๔  เมื่อจะอันตรธานนั้น  ไม่ได้ดับสูญพร้อมกันทีเดียวทั้ง  ๔  ธาตุ  ย่อมสูญไปขาดไปทีละ  ๒  สิ่ง  ๓  สิ่ง  ๔  สิ่ง  ๕  สิ่งก็มี บางทีธาตุดินขาดก่อนธาตุน้ำ  ขาดก่อนธาตุลม  ขาดก่อนธาตุไฟ
     
เมื่อจะสิ้นอายุดับสูญนั้น  ธาตุทั้ง  ๔  ขาดและเหลือ  ดังนี้
     
ปัถวิธาตุ 20 ขาดไป 19 ยังหฤทัย 1
อาโปธาตุน้ำ 12 ขาดไป 11 ยังแต่น้ำลาย 1
วาโยธาตุลม 6 ขาดไป 5 ยังเหลือแต่ลมหายใจเข้าออก 1
เตโชธาตุไฟ 4 ขาดไป 3 ยังเหลือแต่ไฟสำหรับเผาให้กายอุ่น 1
     
           ถ้าธาตุสิ้นสูญไปดังกล่าวมานี้เป็นอาการตัด  จะเยียวยาต่อไปไม่ได้เลย  ถ้าธาตุทั้ง  ๔  ขาดหย่อนไปแต่ละสิ่ง สองสิ่ง สามสิ่ง  สี่สิ่ง  ก็ยังจะรักษาได้อยู่

         ลักษณะธาตุกำเริบพิการตามฤดู  ๔
         พระอาจารย์เจ้ากล่าวไว้ในคัมภีร์แพทย์  มีฤดู  ๔  ในฤดูหนึ่งมี  ๓   เดือน  มีรายละเอียดต่อไปนี้
 
     
  เดือน  ๕, ๖, ๗

         เตโชธาตุอันชื่อว่า   สันตัปปัคคีพิการ   ให้เย็นในอก  กินอาหารพลันอิ่ม   มักให้จุกเสียดขัดอก   อาหารพลันแหลก  มักอยากบ่อย ๆ   จึงเกิดลม  ๖  จำพวก  คือ
                           
     
ลมอุตรันตะ            ขัดแต่สะดือถึงลำคอ            ลมปรามาศ      ให้หายใจขัดอก
ลมปัตตะรันตะ        ขัดแต่อกถึงลำคอ                 ลมอนุวาตะ       คือหายใจขาดไป
ลมอัสวาตะ           ให้ขัดจมูก                            ลมมหาสดมภ์         คือว่าลมจับนิ่งไป
     
   

ถ้าจะแก้ท่านให้เอายานี้ประกอบ
          ยากาลาทิจร   เอาผลเอ็น  ๑  ลำพัน  ๑  โกฐสอ  ๑  โกฐพุงปลา ๑  ดีปลี  ๑  ขิง  ๑  แห้วหมู  ๑  เปลือกโมกมัน  ๑  ผลผักชี  ๑  อบเชย  ๑  เถาสะค้าน  ๑  ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคตำเป็นผงละลายน้ำร้อนกิน  แก้เตโชธาตุพิการ

เดือน  ๘, ๙,๑๐
          วาโยธาตุอันชื่อว่า   ชิระนัคคีพิการ  ให้ผอมเหลือง  ให้ครั่นตัว  ให้เมื่อยทุกข้อ ทุกลำทั่วสรรพางค์กาย  ให้แดกขึ้นแดกลง ให้ลั่นโครก ๆ มักให้หาวเรอ ให้วิงเวียนหน้าตา  ให้หูหนัก  ให้ร้อนในอก มักให้รันทดรันทวยกาย  ให้หายใจสั้น  ให้เหม็นปาก ให้หวานปากตัวเอง  ให้โลหิตออกจากปาก  จากจมูก  จากหู  กินอาหารไม่รู้จักรส   (ควรเปลี่ยน  ชิระนัคคี   เป็นกุจฉิสยาวาต   ลมพัดในท้องแต่นอกลำไส้   เพราะชิรนัคคี  เป็นธาตุไฟ)

          ถ้าจะแก้ท่านให้เอายานี้ประกอบ
          ยาชื่อชิระรัค   ท่านให้เอาดีปลี ๑  พริกไทย ๑  เปราะหอม ๑  ว่านน้ำ ๑  แห้วหมู   ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค  ใส่รากกระเทียมเท่ายาทั้งหลาย  ทำเป็นจุณละลายน้ำร้อนกินแก้วาโยธาตุพิการต่าง ๆ

     
เดือน  ๑๑, ๑๒, ๑

          กินผักและอาหารทั้งปวงผิดสำแดง  อาโปธาตุพิการ   มีอาการดังนี้ 
     

 

ดีพิการ  มักขึ้งโกรธ มักสะดุ้งใจ
เสมหะพิการ  กินอาหารไม่รู้จักรส
หนองพิการ  มักให้เป็นหืดไอ
โลหิตพิการ  มักให้คลั่งเพ้อพก ให้ร้อน
เหงื่อพิการ  มักให้เชื่อมซึม
มันข้นพิการ  มักให้ตัวชาสากไป
น้ำตาพิการ  มักให้ปวดศีรษะ เจ็บตา
มันเหลวพิการ  มักให้บวมมือบวมเท้า เป็นน้ำเหลืองตก มักให้ผอมแห้งไป
น้ำลายพิการ  มักให้เป็นไข้ มักให้คอแห้ง ฟันแห้ง
น้ำมูกพิการ  มักให้ปวดศีรษะ
ไขข้อพิการ  มักให้เมื่อยทุกข้อทุกกระดูก
มูตรพิการ  ให้ปัสสาวะแดง ขัดปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นโลหิตปวดเจ็บเนือง ๆ

 

ธาตุน้ำทั้งนี้ประมวลเข้าด้วยกันทั้ง  ๑๒  จำพวกนั้น จึงเรียกว่า  ธาตุน้ำพิการ  ถ้าจะแก้ให้ประกอบยานี้

          ยาแก้อาโปธาตุพิการ     เอารากเจตมูลเพลิง ๑  โกฐสอ ๑  ผลผักชี ๑  ขิงแห้ง ๑  ดีปลี ๑  ผลมะตูมอ่อน ๑ เถาสะค้าน ๑  แห้วหมู ๑  กกลังกา ๑  รากขัดมอน ๑  เปลือกโมกมัน ๑  จันทน์ ๑  สมุลแว้ง ๑  ดอกพิกุล ๑     ดอกบุนนาค ๑  ดอกสารภี ๑  บัวหลวง ๑   ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคต้ม  ๓  เอา ๑  กินแก้อาโปธาตุพิการ

     
เดือน  ๒, ๓, ๔

          ถ้าไข้ใน  ๓  เดือนนี้  เป็นด้วยนอนผิดเวลา  คือ  ปัถวีธาตุกำเริบนั้นตั้งแต่

 

ผมพิการ  ให้คันศีรษะนัก มักเป็นรังแค ให้เจ็บหนังศีรษะเนือง ๆ ไป
ขนพิการ  มักให้เจ็บทั่วสรรพางค์กายทุกขุมขน  ให้ขนลุกขนพองทั่วทั้งตัว
เล็บพิการ  มักให้เจ็บต้นเล็บ  ต้นเล็บเขียว  ต้นเล็บดำช้ำโลหิต  ให้เจ็บเสียว ๆ นิ้วมือเท้า
ฟันพิการ  มักให้เจ็บรายฟัน บางทีเป็นรำมะนาด บางทีให้เป็นโลหิตไหลออกทางรายฟัน  ให้ฟันคลอนฟันถอนออก
หนังกำเริบ  ให้ร้อนผิวหนังทั่วสรรพางค์กาย  บางทีให้เป็นผื่นดุจเป็นผด แสบร้อนอยู่เนือง ๆ
เนื้อกำเริบ  มักให้นอนสะดุ้งหลับไม่สนิท  มักให้ฟกให้บวม บางทีให้เป็นหัวดำหัวแดงหัวเขียวทั้งตัว  บางทีเป็นดุจลมพิษสมมุติว่าเป็นประดงหัดต่าง ๆ
เอ็นกำเริบ  มักให้เจ็บสะบัดร้อนสะท้านหนาว  ให้ปวดศีรษะ  ท่านเรียกว่าลมอัมพฤกษ์กำเริบ
กระดูกพิการ  ให้เมื่อยขบทุกข้อ ทุกกระดูก
สมองกระดูกกำเริบ มักให้ปวดศีรษะเนือง ๆ
 ม้ามพิการ  มักให้ม้ามหย่อน
หฤทัยพิการ  ให้คลุ้มคลั่งดุจเป็นบ้า  ถ้ามิฉะนั้นให้หิวโหยหาแรงมิได้ ให้ทุรนทุรายยิ่งนัก
ตับพิการ ให้ตับโต ตับทรุด เป็นฝีในตับและตับพิการต่าง ๆ
พังพืดพิการ  มักให้ปวดท้อง แดกขึ้นแดกลง  ปวดขบอยู่เนือง ๆ
ปอดพิการ   มักให้ปวดเป็นพิษ ให้กระหายน้ำอยู่เนือง ๆ
ไส้ใหญ่พิการ  มักให้สะอึก ให้หาวเรอ
ไส้น้อยพิการ  มักให้พะอืดพะอม  ท้องขึ้นท้องพอง  มักเป็นท้องมานกระษัย  บางทีให้ลงท้อง  ตกมูกตกเลือดต่าง ๆ
อาหารใหม่พิการ  มักให้ลงท้อง  ลงแดง มักให้อาเจียนและมักให้เป็นป่วง  ๗  ประการ
อาหารเก่า  มักให้กินอาหารไม่รู้รสเป็นต้น ที่จะให้บังเกิดโรคต่าง ๆ  เพราะอาหารแปลกสำแลง
สมองศีรษะ  เมื่ออยู่ดี ๆ เป็นปรกตินั้น  อันว่ามันในสมองเราท่านทั้งหลายนี้พร่องจากกระบานศีรษะ  ประมาณเส้นใหญ่ตอกหนึ่ง ก็เดือดจนแน่นกระบานศีรษะ  ให้ปวดศีรษะยิ่งนัก ให้ตาแดง  ให้คลั่งเรียกว่าสันนิบาตต่อกับกับลม  ให้ใช้ยาเป็นสุขุม  ให้มันสมองยุบลงเป็นปรกติ

     

     
   

ยาตรีวาสัง
          แก้ปัถวีธาตุ  ๒  ประการ  คือ  สมองกระดูก  ม้ามพิการ
          ให้เอากระเทียม ๑ ใบคนทีสอ ๑ ใบสะเดา ๑ เปลือกต้นตีนเป็ด ๑ เบญจกูล ๑ สมอทั้ง ๓จันทน์ทั้ง ๒ ผลจันทน์ ๑ ดอกจันทน์ ๑ กระวาน ๑ กานพลู ๑ ตรีกฏุก ๑ ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑  ส่วน  เปลือกกันเกรา ๒  ส่วน  เปลือกสมุลแว้ง ๓  ส่วน  ทำเป็นจุณละลายน้ำผึ้งกินแก้ปัถวีธาตุทั้ง ๒  ประการ

ยาแก้ปัถวีธาตุ  ๓  ประการ  คือ  พังพืดสมองกระดูก  ม้ามพิการ
          ให้เอาแห้วหมู ๑ แฝกหอม ๑ เปราะหอม ๑ ใบสะเดา ๑  กานพลู ๑  ผลเอ็น ๑  หญ้าตีนนก ๑การบูร ๑  ผลจันทน์ ๑  ดอกจันทน์ ๑  โกศสอ ๑  ผลบุนนาค ๑  จันทน์ทั้ง ๒  ดอกกรุงเขมา ๑  ผลผักชี ๑  ดีงูเหลือม ๑  เนระพูสี ๑  ดอกผักปอด ๑  ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคทำเป็นจุณบดทำแท่ง  ฝนด้วยน้ำดอกไม้แทรกชะมดพิมเสนน้ำจันทน์ทั้ง ๒  กินแก้ปถวีธาตุพิการทั้ง ๓ แล

     
ยาประสะพิมเสน
          แก้ปัถวีธาตุ  ๓  ประการ  คือ  หัวใจ  ตับปอดพิการ
          ให้ประกอบชะมดเชียง ๑ พิมเสน ๑ ดอกกรุงเขมา ๑  ผลเอ็น ๑  ฤๅษีประสมแล้ว ๑  เปลือกต้นตีนเป็ด ๑  ใบสะเดา ๑  ใบเสนียด ๑  หญ้าตีนนก ๑  สมอทั้ง ๓  มะขามป้อม ๑  อบเชย ๑  ลำพัน ๑  โกฐสอ ๑  ใบกระวาน ๑  ดอกบุนนาค ๑  เปราะหอม ๑  ดอกผักปอด ๑  เกสรบัวน้ำทั้ง ๕  ดอกคำลาว ๑  ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคบดทำแท่ง  ฝนด้วยน้ำจันทน์  กินแก้ปถวีธาตุทำเภทต่าง ๆ แล
     

ยาบำบัดปัถวีธาตุ  ๘  จำพวก  ตั้งแต่ผม  ขน  เล็บ  ฟัน  หนัง  เนื้อ  เอ็น  กระดูกพิการกำเริบ  
          เอาใบบอระเพ็ด ๑  แห้วหมู ๑  ชีลากากี(ใบมะขามแขก) ๑  มะตูมอ่อน ๑  เกลือสินเธาว์ ๑  กระเทียม ๑  ชะเอมเทศ ๑  โกฐสอ ๑  เทียนดำ ๑  ตรีกฏุก ๑  เปลือกต้นตีนเป็ด ๑  สมอไทย ๑ ใบสะเดา ๑  โกฐก้านพร้าว ๑  ยาทั้งนี้เอาเสมอภาคทำเป็นจุณบดทำแท่งด้วยน้ำผึ้งเท่าผลพุทรา  กินเช้าเย็น  บำบัดปัถวีธาตุ  ๘  จำพวก  ตั้งแต่  ผม  ขน  เล็บ  ฟัน  หนัง  เนื้อ  เอ็น  กระดูก  ถ้าพิการกำเริบดังกล่าวมานี้หายสิ้นแล

     
   

ยาแก้ไข้ตรีโทษในปัถวีธาตุ  คือ  ไสใหญ่ ไส้น้อย
          เอาใบเสนียด ๑  เจตมูลเพลิง ๑  เปลือกโมกมัน ๑  แห้วหมู ๑  โกฐพุงปลา ๑  ผลผักชี ๑  สมอไทย ๑  สมอพิเภก ๑  มะขามป้อม ๑  รากตองแตก ๑  แฝกหอม ๑  ผลกระดอม ๑ บอระเพ็ด ๑  กระถินแดง ๑ ขิงแห้ง ๑  รากไคร้เครือ ๑  หญ้าตีนนก ๑  ต้มด้วยน้ำท่า น้ำมูตรโคก็ได้  เมื่อจะกินปรุงขันทศกรใส่กิน  แก้ไข้ตรีโทษในปัถวีธาตุ  คือไส้ใหญ่ ไส้น้อยทั้ง ๒  ประการหายแล

ยาแก้ปัถวีธาตุพิการ  คือ  อาหารใหม่  อาหารเก่า
          เอาเปลือกหอยขม ๑  หอยแครง ๑  ผักแพวแดง ๑  ผลจันทน์ ๑  ดอกจันทน์ ๑  กระวาน ๑ กานพลู ๑  การบูร ๑ เอาเสมอภาค  พริกไทยล่อนเท่ายาทั้งหลาย  ทำเป็นจุณ  ละลายน้ำผึ้งกิน  แก้ปัถวีธาตุพิการ  คือ  อาหารใหม่อาหารเก่าหายแล

ยาแก้ปัถวีธาตุ  คือ  สมองศีรษะเมื่อเหมันตฤดู
          เอารากช้าพลู ๑  รากสะค้าน ๑  รากเจตมูลเพลิง ๑  ขิง ๑  ดีปลี ๑  ผลมะตูมอ่อน ๑  สมอเทศ ๑  ผลผักชี ๑  กฤษณา ๑  จันทน์หอม ๑  มะขามป้อม ๑  ผลพิลังกาสา ๑  รากขัดมอนหลวง ๑  กกลังกา ๑  ยาทั้งนี้เอาเสมอภาค  บอระเพ็ด ๒  ส่วน ดีปลี  ๔  ส่วน  ต้มกินแก้ปัถวีธาตุ  คือ  สมองศีรษะเมื่อเหมันตฤดูหายแล

ยาแก้ปวดศีรษะ
          ให้เอาชะเอมทั้ง ๒  อบเชยเทศ ๑  เปลือกคนทา ๑  จันทน์หอม ๑  โกฐสอ ๑  ใบสมี ๑ ผลผักชี ๑  ขิง ๑  ชะมด ๑  พิมเสน ๑  ทำเป็นจุลกวนเป็นบานัตถุ์  แก้ปวดศีรษะหายแล   

     

ยาสุมสำหรับกันปวดศีรษะในแต่ละฤดู

     เมื่อเหมันตฤดู  (ฤดูหนาว)   ให้เอาผักหนอก ๑  ขิงสดแต่น้อย ๑  หอม  ๕  หัว  เทียนดำ ๑  ดินประสิวขาว ๑  บดสุม
     เมื่อคิมหันตฤดู  (ฤดูร้อน)   ให้ใบเสนียด ๑ เทียนดำ ๑  งาเม็ด ๑  งาช้าง ๑  ข้าวสาร ๑  ดินประสิวขาว ๑  บดสุมสมองยุบหาย  ปวดศีรษะ  โลหิตจมูกแลรายฟันนั้นหายแล
     เมื่อวัสสันตฤดู  (ฤดูฝน)   ให้เอาใบน้ำดับไฟ ๑  เทียนดำ ๑  ไพล ๑  หัวหอม ๑  ดอกพิกุล ๑  ผักขวง ๑  ใบหางนกยูง ๑  ฆ้องสามย่าน ๑  ดินประสิวขาว ๑  บดสุมห้ามปวดศีรษะ  ห้ามจมูกตึงดีนักแล

     
   

ลักษณะเตโชธาตุแตก

          ๑.  ปรินามัคคีแตก     ให้ขัดในอกในใจประการ ๑  ให้บวมมือบวมเท้าประการ ๑  ให้ไอเป็นมงคร่อประการ ๑     
                ยาแก้ปรินามัคคีแตก     เอาผักแพวแดง ๑  โกฐสอ ๑  โกฐเขมา ๑  ชะเอมเทศ ๑  ผลมะขามป้อม ๑  ตะไคร้ต้น ๑  ว่านเปราะ ๑  รากสวาด ๑  หญ้ารังกา ๑  เอาเสมอภาคทำเป็นจุลละลายน้ำนมโค น้ำร้อนก็ได้  กินแก้เตโชธาตุอันช่อว่าปรินามัคคีแตก

          ๒.  ปริทัยหัคคีแตก     มักให้มือเย็นเท้าเย็น ชีพจรไม่เดิน  ประการหนึ่งชีพจรขาดหลัก  บางทีตัวเย็นดุจน้ำ  แต่ภายในร้อน  ให้รดน้ำอยู่มิรู้ขาด  บางทีให้ตัวเย็นแล้วเสโทธาตุดุจเมล็ดข้าวโพด 
               
               ยาแก้ปริทัยหัคคีแตก     
ให้เอาเขาควายเผือก ๑  นอแรด ๑  เปลือกหอยขม ๑  เปลือกหอนแครง ๑ เขี้ยวจระเข้ ๑  ยา  ๕  สิ่งนี้ สุมให้เป็นถ่าน  หวายตะคร้า ๑  ผลจันทน์ ๑  แก่นแสมทะเล ๑ แห้วหมู ๑  รากขัดมอน ๑  เอาสิ่งละ  ๑  ส่วน  กระเทียม ๓  ส่วน  พริกไทย ๕  ส่วน  ตำบดละลายน้ำร้อนแทรกพิมเสน  ให้ขับไฟธาตุ  ให้ร้อนตลอดปลายมือปลายเท้า  ให้ชีพจรเดินแล                

     
                 ยาแก้เทโสพิการตกหนัก       ให้เอานางกุ่มรุ่น ๆ  เท่าด้ามพร้ามาปอกเปลือก  แล้วขุดเอามวกที่ติดแก่นนั้น ๑  เมล็ดถั่วแปบ ๑  ดินสอพอง ๑  เทียนดำ ๑  พิมเสนใส่ให้มาก ๆ  ประสมกวนให้เข้ากัน ทาตัวคนไข้นั้น  เสโทหยุด  ตัวคนไข้ก็อุ่นออกมาแล

                 ยากินแก้ระหายน้ำ  แก้ร้อนใน      ให้เอาดินถนำ ๑  เผาไฟให้ไหม้โชน  รากบัวหลวง ๑  ฝุ่นจีน ๑  รังหมาร่า ๑  ชาดก้อน ๑  ดอกพิกุล ๑  ดอกบุนนาค ๑  ดอกสารภี ๑  เกสรบัวหลวง ๑  รากสลอดน้ำ ๑ รากคันทรง ๑  ก้ามปูทะเลเผา ๑  ดินประสิวขาว ๑  เอาเสมอภาคบดทำแท่งละลายน้ำดอกไม้  ทั้งกินทั้งพ่นแก้ระหายน้ำ แก้ร้อนแล

          ๓.   ชิระนัคคีแตก  นั้นเสโทตก  คือ  ความชรานำพระยามัจจุราชให้มาเล้าโลมสัตว์ทั้งปวง  จะให้ชีวิตออกจากร่างกายนั้น  ก็ให้คนไข้มีกายวิปริตต่าง ๆ  คือ  ให้หน้าผากตึง  ตาไม่รู้จักหน้าคนแล้วก็กลับรู้จักอีกเล่า  กายนั้นสัมผัสสิ่งใด ๆ  ก็ไม่รู้สึกตัวอีก เล่าแต่ไป ๆ มา ๆ อยู่จะได้เที่ยงลงยังไม่ได้ก่อน  แต่ว่าแตกร้าวอยู่แล้ว

                ยาแก้ชิระนัคคีแตกพิการ       เอาผลพิลังกาสา ๑  ผักแพวแดง ๑  ผลโมกมัน ๑  ใบย่านทราย ๑    เอาเสมอภาคทำเป็นจุณ  ละลายน้ำเถามวกก็ได้  น้ำนมโคก็ได้  กินแก้ชิระนัคคีแตกพิการหายแล

          ๔.  สันตัปปัคคี     แตกเมื่อใดแก้มิได้ตายแล

     
   

ลักษณะวาโยธาตุแตก

          ๑.  อุทธังคมาวาตาแตก (ลมพัดขึ้นเบื้องบน)   นั้น  มักให้ดิ้นรนมือเท้าขวักไขว่  ให้พลิกตัวไป ๆ มา ๆ ทุรนทุราย  ให้หาว ให้เรอบ่อย ๆ

               ยาแก้ลมอุทธังคมาวาตา      เอาโกฐสอ ๑  โกฐเขมา ๑  ผลราชดัด ๑  ผลสารพัดพิษ ๑  ผลมะแว้งเครือ ๑  รากจิงจ้อทั้ง  ๒  ผลจันทน์ ๑  ดอกจันทน์ ๑  เทียนขาว ๑  เทียนดำ ๑  มหาหิงคุ์ ๑  เอาเสมอภาคทำเป็นจุณ  ละลายน้ำมะงั่วก็ได้  กินแก้ลมอุทธังคมาวาตาหายแล

          ๒.  อโธคมาวาตาแตก (ลมพัดลงเบื้องล่าง)  ให้ยกมือยกเท้าไม่ได้  ให้เมื่อยขบทุกข้อทุกกระดูกเจ็บปวดยิ่งนัก

                ยาแก้ลมอโธคมาวาตา   ให้เอาเปลือกโมกหลวง ๑  พริกไทย ๑  รากไคร้เครือ ๑  เอาเสมอภาค  ทำเป็นจุล  ละลายน้ำมูตรโคดำก็ได้  น้ำส้มซ่าก็ได้  กินแก้ลมอโธคมาวาตาหายแล

          ๓.  กุจฉิสยาวาตาแตก (ลมพัดในท้องนอกลำไส้)  มักให้ท้องขึ้น ท้องลั่นให้เจ็บอก ให้สวิงสวาย  ให้แดกขึ้นแดกลง
          
         

     

                ยาแก้ลมกุจฉิสยาวาตา  ให้เอามหาหิงคุ์ ๑  ลำพัน ๑  ดีปลี ๑  เมล็ดในสวาด ๑  ผลราชดัด ๑ ชะเอมเทศ ๑  โกฐสอ ๑  โกฐเขมา ๑  ใบย่านทราย ๑ กรุงเขมา ๑  เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณ  ละลายน้ำขิงก็ได้ น้ำร้อนก็ได้  กินแก้ลมกุจฉิสยาวาตาหายแล 

          ๔.  โกฏฐาสยาวาตาแตก  (ลมพัดในลำไส้และกระเพาะอาหาร)  มักให้เหม็นคาวคอ  ให้อาเจียน  ให้จุกเสียด ให้แดกในอก  

                ยาแก้ลมโกฏฐาสยาวาตา         ให้เอาใบสลอดต้มกับเกลือให้สุกแล้วผึ่งแดดให้แห้ง ๑  ชะเอมเทศ ๑  รากเจตมูลเพลิง ๑  รากตองแตก ๑  รากจิงจ้อใหญ่ ๑  ลำพัน ๑  พริกล่อน ๑  ดีปลี ๑  ใบหนาด ๑  การบูร ๑  เอาเสมอภาคทำเป็นจุณ  ละลายน้ำนมโคก็ได้ น้ำผึ้งก็ได้  นำร้อนก็ได้กินหายแล

          ๕.  อังคมังคานุสารีวาตาแตก  (ลมพัดไปทั่วสรรพงค์)    ให้หูตึงคนเจรจาไม่ได้ยิน  แล้วเป็นดุจหิ่งห้อยออกจากตา  ให้เมื่อยต้นขาทั้ง ๒ ข้างดุจกระดูกแตก   ให้ปวดในกระดูกสันหลัง ให้สะบัดร้อนสะท้านหนาว  ให้อาเจียนลมเปล่ากินอาหารมิได้
              
                ยาแก้ลมอังคมังคานุสารีวาตา 
   ให้เอาผักเสี้ยนผี ๑  ผักคราด ๑  หญ้ารังกา๑  ผลผักชีทั้ง ๒  ผลพรรณผักกาด ๑  ดอกจงกลนี ๑ เถาสะค้าน ๑  เมล็ดแตงโม ๑ เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณละลายน้ำผึ้ง   ก็ได้  น้ำร้อนก็ได้ กินแก้ลมอังคมังคานุสารีวาตาหายแล

          ๖.   อัสสาสะวาตา   นั้นจะขาดสูญหามิได้  ถ้าสิ้นลมอัสสาสะปัสสาสะวาตาเมื่อใด  ก็ตายเมื่อนั้นแล

     

ลักษณะธาตุน้ำแตก

          ๑.  ปิตตังแตก   ทำให้คนไข้คลั่งไคล้ไหลหลงละเมอเพ้อพก นอนสะดุ้งหวาดหวั่น  บางทีให้ลงดุจกินยา  ทุเลา  ให้ลงเขียว ลงแดง ลงเหลืองออกมา  ทำให้หาสติมิได้

               ยาแก้คลั่งไคล้ไหลหลงละเมอเพ้อพก     ให้เอาเทียนข้าวเปลือก ๑  เทียนตาตั๊กแตน ๑  เทพทาโร ๑  เปลือกมะซาง ๑  เปลือกไข่เน่า ๑  เอาเสมอภาค ทำเป็นจุลบดแทรกดีจระเข้มาก ๆ  ละลายน้ำดอกไม้รำหัดพิมเสน  กินแก้คลั่งไคล้ไหลหลงละเมอเพ้อพกหายแล
               
               ยาแก้ลงท้อง      เอาผลจันทน์ ๑  ผลเบญกานี ๑  เปลือกมะขามขบ ๑  ครั่ง ๑  ยาฝิ่น ๑  เปลือกผลทับทิม ๑  กำยาน ๑  เปลือกมังคุด ๑  ผลมะตูม ๑  เอาเสมอภาคทำเป็นจุลละลายน้ำเปลือกผลทับทิมต้มกินหายแล

     
   

           ๒.   เสมหะแตก       ให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาวเป็นเวลา  บางทีให้ลงท้องเป็นเสมหะโลหิตเน่าให้ปวดมวน
                 ยาแก้เสมหะ      ให้เอาผลผักชี ๑  ลำพัน ๑  เปลือกโมกหลวง ๑  ผลน้ำเต้าขม ๑  กระดอมทั้ง ๕  แก่นมูลเหล็ก ๑  เอาเสมอภาคต้มกินเสียก่อน  แล้วจึงประกอบยาแก้เสมหะให้กินต่อไป   พระอาจารย์เจ้ากล่าวไว้ว่า   ถ้าแพทย์ผู้ใดจะแก้เสมหะพิการ  ให้ต้มยาชำระเสมหะเน่าเสียก่อน

                 ยาชำระเสมหะเน่า     ให้เอาใบมะขาม ๑  ใบส้มป่อย ๑  ฝาง ๑  สิ่งละกำมือ ๑  ผลสมอไทยเท่าอายุ   เถาวัลย์เปรียง ๑  หอม ๕  หัว   ต้มใส่ดีเกลือกินตามธาตุหนักเบา   แล้วจึงแต่งยาให้กินต่อไปแล

                 ยาแก้บิดเมื่อธาตุแตก      เอาเมล็ดในมะม่วงกะล่อน ๑  ผลเบญกานี ๑  ผลจันทน์ ๑  ครั่ง ๑  ดินกิน  ๑  เปลือกมะขามขบ ๑  เปลือกมังคุด ๑  เทียนดำ ๑  กระวาน ๑  กานพลู ๑  ยางตะเคียน ๑  น้ำประสานทอง ๑  สีเสียดทั้ง ๒  ยาฝิ่น ๑  เอาเสมอภาค  ทำเป็นจุณใส่ในผลทับทิม  แล้วพอกด้วยมูลโคชั้นหนึ่ง   สุมไฟแกลบให้สุกแล้วจึงบดทั้งผลทับทิมทำแท่งไว้  ฝนด้วยน้ำปูนใสกับไพลกิน  แก้ปวดมวน เสมหะ  แก้โลหิตเน่าร้าย  ถ้ายังไม่หยุดให้ประกอบยาที่แก้ดีพิการ ดีแตก  แก้ก็ได้เหมือนกัน  แล้วประกอบยาต้มบำรุงธาตุ  อันชื่อว่า ธาตุบรรจบ นั้นกินต่อไป         

     
                พระอาจารย์เจ้ากล่าวไว้ว่า  ถ้าแพทย์ผู้ใดจะประกอบยาธาตุบรรจบ  ท่านให้ถามตัวคนไข้นั้นให้รู้ว่า  ตลอดวันใด เดือนใด ขึ้นหรือแรม  ครั้นเขาบอกแล้วให้พิจารณาดูว่าจะเป็นฤดูธาตุอันใด ให้ประกอบยาประจำธาตุ  ประจำฤดู  มูลปฏิสนธินั้น  ว่าวันใด เดือนในฤดูใด  ให้ประกอบยาประจำธาตุ  ประจำฤดูอันนั้น  มาบรรจบกันกับยาประจำธาตุเมื่อแรกคลอดนั้น  เป็นสองขนานแล้ว  แทรกจันทน์ทั้ง ๒  กฤษณา ๑   ชะลูด ๑  เกสรบัวหลวง ๑  ดอกพิกุล ๑  ดอกบุนนาค ๑  ดอกสารภี ๑  ยา  ๘  สิ่งนี้เอาแทรกลงต้มกิน
     

          ๓.   หนองแตก    ไหลออกเนือง ๆ  ให้กายซูบผอม  กินอาหารไม่รู้รส  มักเป็นฝีภายใน  ๗ ประการ

                ยาชำระบุพโพพิการ     ให้ประกอบยาดังนี้  รังมดลี่รังหนึ่ง  ใบมะกา  ๕  ตำลึง  เทียนดำ ๕   ผลสมอเทศ  ๕๖  ผล  รากตองแตก  ๕  ตำลึง  หัวหอม  ๑๐  บาท  ขมิ้นอ้อยยาวคืบหนึ่ง  เอา  ๓    กานพลู  ๔  บาท  น้ำประสานทอง  ๒  บาท  ต้มกินแทรกดีเกลือตามธาตุหนัก  ธาตุเบา  เป็นยาชำระบุพโพพิการเสียก่อน  แล้วจึงประกอบยาประจำธาตุกิน  แก้เสมหะก็ได้  ถ้าไม่ฟังให้ประกอบยานี้
 
               ยาแก้หนอง    เอาเปลือกโมกหลวง ๑  ตรีกฏุก ๑  ผลราชดัด ๑  ขมิ้นอ้อย ๑  รากกระพังโหม ๑ หัวข้าวข้า ๑  หอมแดง ๑  เอาเสมอภาค  ทำเป็นจุลละลายน้ำร้อน น้ำเย็นก็ได้กิน

          ๔.  โลหิตพิการหรือแตก
                เมื่อแรกเป็นนั้น  แพทย์สมมุติว่าไข้กำเดา  เพราะโลหิตกำเริบ  ถ้าแตกไซร้ก็เป็นพิษต่างๆ  ผุดขึ้นภายนอก  แพทย์ทั้งปวงสมมุติว่า  เป็นรากสาด  ข้าวไหม้  ข้าวไหม้น้อย  เปลวไฟฟ้า  ประกายเพลิง  ลำลาบเพลิงก็ว่า  สมมุติเรียกชื่อต่าง ๆ เพราะโลหิตแตกกระจายซ่านนอกผิวหนัง   ฝ่ายภายในนั้นก็ทำให้เป็นต่าง ๆ  บางทีให้อาเจียนโลหิต  บางทีโลหิตนั้นแล่นเข้าจับหัวใจ  ให้คลั่ง ให้เพ้อหาสติมิได้  บ้างว่าสันนิบาตโลหิต  เป็นเพื่อโลหิตสมุฏฐาน  บางทีให้ชักเท้าหงิกมือกำ   บางทีให้หนาว ให้ร้อน  บางทีให้ขัดอุจจาระ  ปัสสาวะ ๆ ดำแดงขาวเหลือง  ให้เป็นต่าง ๆ  อย่างนี้  ว่าแต่ที่โลหิตแตกอย่างเดียว
                ในธาตุน้ำนั้น  ถ้าตกเป็น  ๒  อย่าง  ๓  อย่าง  ๔  อย่าง  ๕  อย่าง เข้าแล้ว  จะแก้ไม่ได้โดยเร็วพลันใน  ๒  วัน  ๓  วันนั้น  ถ้าเป็นแต่อย่าง ๑ หรือ ๒  ท่านให้แก้ดูก่อน  ที่โลหิตแตกซ่านออกมาถึงผิวเนื้อนั้น  ท่านให้ประกอบยาที่แก้ไข้เหนือ  แก้ที่ทำภายในให้ลงโลหิตตกนั้น  ท่านให้ประกอบยาที่แก้ลักกะปิดแก้เถิด

     
                    ยาปโตฬาธิคุณ  แก้โลหิตในคิมหันตฤดู
                ให้เอาบอระเพ็ด ๑  ข่าตาแดง ๑  เมล็ดพรรณผักกาด ๑  ผลกระดอม ๑  ผลมะแว้งต้น ๑  ไพล ๑  กระชาย ๑  แก่นสนเทศ ๑  จันทน์ทั้ง ๒  จันทนา ๑  เปลือกโมกหลวง ๑  แห้วหมู ๑  รากขัดมอน ๑  เถาสะค้าน ๑  รากช้าพลู ๑ จุกโรหินี ๑  รากแฝกหอม ๑  รากตองแตก ๑  กฤษณา ๑  กระลำพัก ๑  ขอนดอก ๑  ชะลูด ๑  สมอทั้ง ๓  อบเชย ๑  เกสรบัวหลวง ๑  ดอกพิกุล ๑  ดอกบุนนาค ๑  ดอกสารภี ๑  สรรพยาทั้งนี้เอาเสมอภาคต้ม  ถ้าจะให้ทุเลา  แทรกดีเกลือตามธาตุหนักธาตุเบา

                ยามหาชุมนุม  แก้โลหิตในวัสสันตฤดู
                เอาเจตมูลเพลิง ๑  โกฐกระดูก ๑  โกฐสอ ๑  โกฐพุงปลา ๑  โกฐหัวบัว ๑  โกฐจุฬาลัมพา ๑  โกฐเชียง ๑  โกฐสอเทศ ๑  เทียนทั้ง ๕  ผลจันทน์ ๑  ดอกจันทน์ ๑  กระวาน ๑  กานพลู  ๑  ผลเอ็น ๑  ดีปลี ๑  ผลมะตูมอ่อน ๑  รากตองแตก ๑  รากแฝกหอม ๑  บอระเพ็ด ๑  รากคนทา ๑  รากท้าวยายม่อม ๑   รากพุมเรียงป่า ๑  รากมะเดื่ออุทุมพร ๑  รากหญ้านาง ๑  ระย่อม ๑  พิษนาศน์ ๑  น้ำนมราชสีห์ต้น ๑  แก่นสน ๑  สักขี ๑  ผลพิลังกาสา ๑  ผลประคำดีควาย ๑  ผลมะขามป้อม ๑  พรรณผักชีล้อม ๑  ผักชีลา ๑  พรรณโหระพา ๑  พญามูลเหล็ก ๑  พญารากขาว ๑  ขี้เหล็กทั้ง ๕  โคกกระสุน ๑  เทพทาโร ๑  จุกโรหินี ๑  ข่าต้น ๑  เปลือกสมุลแว้ง ๑  ชะลูด ๑  อบเชยเทศ ๑  กฤษณา ๑  กระลำพัก ๑  ขอนดอก ๑  ยาทั้งนี้เอาสิ่งละ ๑  ส่วน  ดอกชะลูด ๑  ดอกมะกรูด ๑  ดอกมะนาว ๑  ดอกคัดเค้า ๑  ดอกกรรณิการ์ ๑  ดอกสุพรรณทลิกา ๑  ดอกมะลิซ้อน ๑  ดอกมะลิลา ๑  ดอกสารภี ๑  ดอกพิกุล ๑  ดอกบุนนาค ๑  ดอกการะเกด ๑  ดอกแก้ว ๑  ดอกมะกล่ำ ๑  ดอกคำไทย ๑  ดอกเกด ๑  ดอกลำเจียก ๑  ดอกกล้วยไม้ ๑  ดอกพุทธชาด ๑  ดอกจำปา ๑  ดอกกระดังงา ๑  ดอกบัวเผื่อน ๑  ดอกบัวขม ๑  ดอกบัวหลวง ๑  ดอกบัวขาว ๑  ดอกบัวแดง ๑  ดอกลินจง ๑  ดอกจงกลนี ๑  ดอกสัตตบงกช ๑  ดอกสัตตบุษย์ ๑  ดอกสัตตบรรณ ๑  ดอกสันตะวา ๑  ดอกสามหาว(ผักตบ) ๑  ดอกเร่ว ๑  ดอกยี่สุ่น ๖  ดอกประทุมราชา ๑  ดอกมหาหงส์ ๑  ดอกหญ้างวงช้าง ๑  ดอกหางนกยูง ๑  ดอกละหุ่ง ๑  ดอกราชพฤกษ์ ๑  ดอกลำใย ๑  ยาทั้งนี้ทำเป็นผงแล้ว  ให้หาสรรพดี  เป็นต้นว่า  ดีสัตว์ต่าง ๆ  ปรุงลงในยานี้  แล้วบดปั้นแท่งไว้  น้ำกระสายยานั้นยักย้ายดูแต่ควรกับลักษณะโรคเถิด  แก้สรรพโรคพร้อมทั่วไปทั้ง  ๙๖  นั้นแล
     
   

          ๕.   เหงื่อแตก       ให้เหงื่อตกหนัก   ให้ตัวเย็น  ให้ตัวขาวซีด  ให้สวิงสวาย  ให้หากำลังไม่ได้  

                ยาแก้เหงื่อแตก     ให้ประชุมยา จากเจตมูลเพลิง ๑  โกฐสอ ๑ พรรณผักชี ๑  ขิง ๑  ดีปลี ๑  ผลมะตูมอ่อน ๑  เปลือกทองหลางน้ำ ๑  เปลือกกุ่มน้ำ ๑  รากถั่วพู  ต้มกินหายเหงื่อ
    
               ยาชโลมห้ามเหงื่อ       ให้เอาหัวหอมแดง ๑  แป้งสุรา ๑  ดินสอพอง ๑  เหมือดคน ๑  เมล็ดในขนุนละมุด ๑  บดปั้นแท่งไว้ละลายน้ำดอกไม้  ห้ามเหงื่อ  แก้ผิวเนื้อสากชา  เนื้อหดหู่  แก้กายซีด  เพราะโทษเหงื่อแลมันข้นหายแล

          ๖.  น้ำตาพิการ    ให้ตามัว  ให้น้ำตาตกหนัก แล้วแห้งไป  ตานั้นก็เป็นดุจเยื่อผลลำไย                 

               ยาแก้น้ำตาพิการ     ให้เอารากคนทีสอ ๑  รากเสนียด ๑  ผลมะตูมอ่อน ๑  ขิงแห้ง ๑  ทำเสมอภาคต้มกินแล้ว       จึงทำยาหยอดตา

               ยาหยอดตา      ให้เอาหินในศีรษะปลาช่อน ๑  บัลลังก์ศิลา ๑  พิมเสน ๑  ฝนหยอดตา 
               สังเกตดู  ถ้ามีน้ำตาไหลออกมาถึงแก้ม  คนไข้นั้นก็ยังไม่ตาย  ถ้าไม่มีน้ำตา  รักษาไม่ได้ตายแล         

     
           ๗.  มันเหลวแตก       กระจายออกทั่วสรรพางค์  ให้ตัวเหลืองตาเหลือง  เว้นแต่อุจจาระปัสสาวะไม่เหลือง  บางทีให้ลง ให้อาเจียนดุจเป็นป่วง  ลงเพราะโทษน้ำเหลือง  แก้ด้วยยารสฝาดไม่หยุด    ให้ชำระน้ำเหลืองเสียก่อน  แล้วจึงประกอบยาบำรุงธาตุต่อไป

                ยาแก้มันเหลวแตก       
ให้เอาตรีกฏุก ๑  ผลมะขามป้อม ๑  รากช้าพลู ๑  ข่า ๑  สะค้าน ๑  ผลจันทน์ ๑  เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณละลายน้ำใบมะระ ๑ น้ำกล้วยตีบก็ได้ ให้กินแก้อาโปธาตุ  คือ มันเหลวแตกหายแล
            ๘.  น้ำลายแตก         ให้ปากเปื่อย  น้ำลายเหนียว  บางทีเป็นเม็ดยอดขึ้นในลิ้นในคอ   
                  
                 ยาแก้น้ำลายพิการหรือแตก     ถ้าจะแก้ให้ประกอบยา  จันทน์ทั้ง ๒  ว่านกีบแรด ๑ ว่านร่อนทอง ๑  ผลประคำดีควาย ๑  รากทนดี ๑  ผลจันทน์ ๑  ดอกจันทน์ ๑  โกฐสอ ๑ โกฐเขมา  ๑  สมอเทศ ๑  งูเหลือม ๑  บดด้วยน้ำมะนาวเป็นกระสายยา  ให้กินเท่าผลพุทรา  

                 ยากวาดแก้น้ำลายพิการหรือแตก     ให้เอากรามแรด ๑ กรามช้าง ๑  เขี้ยวเสือ ๑  เขี้ยวปลาพยูน ๑  เบญกานี ๑  ใบหว้าอ่อน ๑    ยาทั้งนี้คั่วให้เกรียม เอาสิ่งละส่วน  น้ำประสารทองสตุ ๒  ส่วน  สีเสียดทั้ง ๒  สิ่งละ  ๔  ส่วน  บดด้วยน้ำหมากดิบปั้นแท่งไว้  ฝนด้วยน้ำปูนใสกับทะลาย
หมากดิบกวาดหาย
             
     
   

               ยาบ้วนปากแก้น้ำลายพิการหรือแตก  เอาเปลือกตะเคียน ๑  ใบขัดมอน ๑  เปลือกหว้า ๑ ทางตาล ๑  เปลือกระกำต้น ๑ ใบสลอดน้ำ ๑  ใบทับทิม ๑  เอาเสมอภาค  ต้มใส่เกลือสักหน่อยหนึ่ง  อมบ้วนปากวันละ  ๓  เวลาหายแล

          ๙.  น้ำมูกพิการหรือแตก 
ให้ปวดในสมอง  ให้น้ำมูกตก  ให้ตามัว  ให้ปวดศีรษะ  โทษ  ๔  ประการนี้  ถ้าจะแก้ให้ทำยาสุม
  
                ยาสุมแก้น้ำมูกพิการหรือแตก     เอาใบน้ำดับไฟ ๑  หัวหอม ๑  เทียนดำ ๑  ดินประสิวขาว ๑  เมล็ดฝ้ายคั่ว ๑  ใบพลูสาแก ๑  ขมิ้นอ้อย ๑  บดเคล้ามูลน้ำมันหอม  สุมกระหม่อม ๓  วันหาย ถ้ายังไม่หายให้ประกอบยาดม  
                
                ยาดมแก้น้ำมูกพิการหรือแตก     ให้ประกอบยาดม  หัวหอม ๑  น้ำประสารทอง ๑  น้ำประสานดีบุก ๑  เอาเสมอภาคทำเป็นยานัตถุ์ก็ได้  ให้ดมสูดเข้าไปก็ได้

                ยากินแก้น้ำมูกพิการหรือแตก    เอาสะค้าน ๑  ช้าพลู ๑  รากเจตมูลเพลิง ๑  ขิง ๑  ผลมะตูมอ่อน ๑  แฝกหอม ๑  สมอไทย ๑  สมอเทศ ๑ เดศ ๑  พรรณผักชี ๑  จันทน์หอม ๑   กฤษณา ๑  เปราะหอม ๑  มะขามป้อม ๑  ว่านน้ำ ๑  ดอกบัวหลวง ๑  ดอกบุนนาค ๑ เอาเสมอภาคต้มกินแก้ธาตุน้ำ  คือ  น้ำมูกแตกหายแล

     

           ๑๐.  มันข้นพิการหรือแตก      ดุจโลหิตเสียก็เหมือนกัน  มันข้นพิการ  ก็ซาบออกมาถึงผิวหนังดุจผด   ออกเป็นดวง ๆ  บางทีแตกเป็นน้ำเหลือง  ให้ปวดแสบปวดร้อนยิ่งนัก

                  ยาแก้มันข้นพิการหรือแตก     ให้ใบกะเม็งแดง ๑  ใบถั่วแระ ๑  เทียนดำ ๑  เทียนขาว ๑ สิ่งละ  ๓  บาท  เปลือกกรันเกรา ๖  บาท  ยาข้าวเย็นเหนือ  ๖  บาท  ต้มกินหายแล

                  ยาทาแก้มันข้นพิการหรือแตก   ให้เอาผักปลังแดง ๑  ข้าวสาร ๑  ขมิ้นอ้อย ๑  ดินสอพอง ๑   ตำชโลมทั่วตัวหายแล

           ๑๑.  ไขข้อพิการหรือแตก        ไขข้อนี้อยู่ในกระดูก  กระทำให้เมื่อยในกระดูกทุกแห่งดุจจะครากจากกัน  ให้ขัดให้ตึงทุกข้อ  จะแก้เป็นอันยากนักด้วยอยู่ในกระดูก  ให้แก้ดูตามบุญตามกรรมเถิด

                    ยาแก้ไขข้อพิการหรือแตก  ให้เอาโกฐกระดูก ๑  โกฐกะกลิ้ง ๑  โกฐกรักกรา ๑  รากแฟบ ๑  สิ่งละส่วน  แก่นมะหาด ๑   แก่นปรู ๑  แก่นสนเทศ ๑  สักขี ๑  ผลเมื่อย ๑รากมะกล่ำต้น ๑  รากประดงข้อ ๑  ดีปลี ๑  กระดูกงูเหลือม ๑  สิ่งละ  ๒  ส่วน  เหมือดคน ๑   ส้มเสี้ยว๑  ส้มสันดาน ๑  พริกไทย ๑  ขิง ๑  สิ่งละส่วน   รากคนทา  ๕  ส่วน  ยาข้าวเย็น  ๑๐  ส่วน  ต้มให้กินหายแล

     
   

           ๑๒.   มูตรพิการหรือแตก       ให้ปัสสาวะวิปลาส  คือ  แดง  เหลืองและเป็นนิ่วก็ดี   บางทีดุจน้ำข้าวเช็ด  ให้ขัดเบา  ให้เจ็บหัวเหน่า  ให้หัวเหน่าฟก  เป็นนิ่ว  เป็นมุตกิด  เป็นสัณฑะฆาฏ  กาฬขึ้นในมูตร  ให้มูตรพิการแปรเป็นต่าง ๆ

                     ยาแก้มูตรแตก         ให้เอาสะค้าน ๑  รากช้าพลู ๒  รากเจตมูลเพลิง ๓  ดีปลี ๔  ขิง ๕  ผลมะตูมอ่อน ๖  แฝกหอม  ๗  สมอทั้ง  ๓  พรรณผักชี ๑  จันทน์ทั้ง ๒  ยาข้าวเย็นจีน  ๑  อ้อยแดง ๓  ปล้อง  โคกกระสุน   ๑  หัวแห้วหมู  ๑  ต้มให้กินหายแล

                    ยาต้มแก้ขัดเบา  เอาใบมะขามกำมือ ๑  ใบส้มป่อยกำมือ ๑  ใบมะนาว ๗  ใบ  หอม  ๓  หัว  สารส้ม ๑ ดินประสิวขาว ๑  หนักสิ่งละบาท   น้ำอ้อยงบหัก  ๔  อันทิ้งขว้างทิศตะวันตกอันหนึ่งเหลือ ๓  อันใส่หม้อต้มให้กิน  เบาออกคล่องหายแล  ถ้ายังไม่ออกสะดวกดี  ท่านให้ใช้ยาในกระบวนโรคตามคัมภีร์ปะระเมหะต่อไปเถิด

     
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท    

 




คัมภีร์แพทย์แผนไทย

พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ ๑
พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ ๒ article
พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ 3 article
พระคัมภีร์ปฐมจินดา ตอนที่ 4 article
พระคัมภีร์กระษัย article
พระคัมภีร์ตักศิลา
พระคัมภีร์โรคนิทาน ตอนที่ ๒ article
พระคัมภีร์มหาโชตรัต ตอนที่ 1 article
พระคัมภีร์มหาโชตรัต ตอนที่ 2 article
คัมภีร์เวชศึกษา article
พระคัมภีร์ธาตุบรรจบ article
พระคัมภีร์ไพจิตร์มหาวงศ์ article
พระคัมภีร์ทิพมาลา article
พระคัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์ article
พระคัมภีร์มัญชุสาระวิเชียร article
พระคัมภีร์วิถีกุฏฐโรค article
พระคัมภีร์ชวดาร article
พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ article
พระคัมภีร์ธาตุวิภังค์ article
คัมภีร์อติสาร article



ช่องทางใหม่กับคลีนิกการแพทย์แผนไทยพฤกษเวช
รับ ติว สอน อบรม
dot
dot
เป็นไข้ ปวดศีรษะ ไมเกรน ไซนัส ( have a fever, headache, migraine, sinus)
ระบบประสาทและสมอง (nervous and brain system)
หลอดเลือดและหัวใจ (blood vessel and heart)
ระบบทางเดินหายใจและปอด (respiratory and lung system)
ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ (gastrointestinal tract, digestive tract and intestine system)
ตับและถุงน้ำดี (liver and gallbladder)
กระดูก เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ (bones tendon and muscle)
ระบบเลือดและน้ำเหลือง (blood and lymph system)
มะเร็งและภูมิคุ้มกันบกพร่อง (cancer and immune deficiency)
โรคผิวหนัง ประดงผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย (integumentary, itchy rash, bad lymphatic)
ระบบรอบเดือนและมดลูก (menstrual cycle and uterus system)
ระบบทางเดินปัสสาวะและไต (urinary and kidney system)
ยาหอม (cordial)
ยาบำรุง (stimulant)
ยาอมสมุนไพร (herbal lozenge)
ยาระบาย (laxative)
ยาทาแผลและน้ำมันนวด (topical wound and massage oil)
dot
dot
bulletสรุปเวชกรรมไทย
bulletรู้ทันโรค
bulletสาระน่ารู้
bulletโยนิโสมนสิการ
bulletยาสามัญประจำบ้าน
bulletโรคต่างๆ ในทรรศนะแพทย์แผนไทย
bulletประวัติความเป็นมาของ"ฤาษีดัดตน"
bulletย้อนรอยศาสตร์การนวด
bulletอาหารและการกินอาหารที่ทำให้เกิดโรคในคัมภีร์แพทย์แผนไทย
bulletตัวยา 9 รส
bulletน้ำมันมะพร้าว บทบาทต่อสุขภาพและความงาม


 

qrcode


Copyright © 2011 All Rights Reserved.

คลินิกการแพทย์แผนไทยพฤกษเวช
ที่อยู่ :  เลขที่ 37 แขวง :  บางพรม เขต : ตลิ่งชัน
จังหวัด : กรุงเทพฯ      รหัสไปรษณีย์ : 10170
เบอร์โทร :  02-4125358      มือถือ :  081-3479459
อีเมล : y.prueksa@yahoo.co.th
เว็บไซต์ : www.prueksaveda.com

 

 หน้าแรก | ติดต่อเรา | สินค้าและบริการ | ข่าวสารประชาสัมพันธ์ | รู้ทันโรค | ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ