ReadyPlanet.com
dot dot
ตัวยา 9 รส article
     
    โดย  ยส  พฤกษเวช
     
   

           ตัวยา ๙ รส   เป็นเนื้อหาในหมวดสรรพคุณเภสัช   ซึ่งเป็น ๑ ในหลักเภสัช ๔  ( เภสัชวัตถุ สรรพคุณเภสัช  คณาเภสัช  เภสัชกรรม )

          สรรพคุณเภสัช เป็นหมวดที่มีความสำคัญยิ่ง  เพราะการจะรู้สรรพคุณของยาจำเป็นต้องรู้รสของยา และการจะรู้รสของยาจำเป็นต้องรู้รสของตัวยา หรือรสของเภสัชวัตถุที่นำมาประกอบเป็นยา  เพราะรสแต่ละรสจะมีสรรพคุณรักษาโรคที่แตกต่างกัน

         

     
          หลักในการพิจารณาเรื่องรสยาและรสของตัวยา   มีหลักพิจารณา  ๒  ประการ  คือ

           ๑. รสประธานเป็นตัวที่แสดงออกของ “ฤทธิ์” ของยา  และของตัวยา ว่ามีฤทธิ์ร้อน  เย็น หรือ สุขุม
           ๒. รสของยาและรสของตัวยาที่ประสาทรับรสที่ลิ้นรับรู้ได้ แบ่งออกได้เป็น ยาหรือรสตัวยา  ๔ รส ๖ รส ๘ รส ๙ รส

               บทความนี้จะอธิบายเฉพาะรสของตัวยา ๙ รสเท่านั้น

        รสตัวยา ๙ รส เป็นรสของเครื่องยาหรือตัวยาสมุนไพรแต่ละชนิดที่จะนำมาปรุงเป็นยา และเป็นรสของเครื่องยาที่นิยมใช้เป็นหลักในประเทศไทย มีดังนี้
 
 มะกาเครือ  
๑. รสฝาด ชอบสมาน
๒. รสหวาน ซึมซาบไปตามเนื้อ
๓. รสเมาเบื่อ แก้พิษ
๔. รสขม  แก้ทางดีและโลหิต 
๕. รสเผ็ดร้อน แก้ลม
๖. รสมัน แก้เส้นเอ็น
๗. รสหอมเย็น บำรุงหัวใจ
๘. รสเค็ม ซึมซาบไปตามผิวหนัง
๙. รสเปรี้ยว กัดเสมหะ
ในตำราเวชศึกษา จัดรสเพิ่มอีก ๑ รส คือ รสจืด ใช้สำหรับ แก้ในทางเตโช ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อน แก้ไข้
 มังคุด   ๑. รสฝาด
               สำหรับสมานทั้งภายนอกและภายใน แก้บิด ปิดธาตุ แก้ท้องร่วง กล่อมเสมหะ กล่อมอาจม สมานแผล คุมธาตุ ชะล้างบาดแผล แสลงกับโรคท้องผูก พรรดึก ไอ เตโชธาตุพิการ โรคลม ตัวยาเช่น                                       
                                                                                   
   
๑.  ลูกเบญกานี  : รสฝาด  แก้ท้องร่วง แก้บิดปวดเบ่ง   ปิดธาตุ  สมานบาดแผล แก้ปวดมดลูก
๒.  ทับทิมทั้ง ๕  : รสฝาด   แก้ท้องร่วง แก้บิดมูกเลือด  ปิดธาตุ  สมานบาดแผล 
๓.  ลูกสมอพิเภกแก่  : รสฝาด แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้บิด และแก้โรคตา
๔.  สีเสียดทั้ง ๒  : รสฝาด สมานบาดแผลและคุมธาตุ
   แก้ท้องร่วง บิด แก้ลงแดง แก้อติสาร แก้บาดแผล ล้างบาดแผลที่ถูกไฟ และโรคผิวหนัง
๕.  ฝรั่งทั้ง ๕  : รสฝาดเย็น ถอนพิษบาดแผล  แก้ท้องร่วง  แก้บิดมูกเลือดและปวดเบ่ง
๖.  เปลือกต้นนนทรีและเปลือกต้นตาเสือ  : รสฝาด กล่อมเสมหะและโลหิต
   แก้บิดมูกเลือด  ปิดธาตุ สมานบาดแผล ขับประจำเดือน รัดมดลูก ขับผายลม แก้ท้องร่วง
๗.  เปลือกขี้อ้าย : รสฝาด แก้อุจจาระเป็นฟอง แก้ท้องร่วง แก้บิดเรื้อรัง แก้ปวดเบ่ง คุมธาตุ ชะล้างบาดแผล
๘.  เปลือกต้นเพกา : รสฝาด ดับพิษโลหิต แก้น้ำเหลืองเสีย สมานบาดแผล ขับเลือดเน่าในเรือนไฟ
๙.  เปลือกลูกมังคุด  : รสฝาด สมานบาดแผล แก้บิด  แก้ท้องร่วง  ท้องเดิน  ล้างแผล
๑๐. ลูก, เปลือกต้นกราย  : รสฝาด  แก้บิดปวดเบ่ง  แก้เสมหะเป็นพิษ  คุมธาตุ  สมานแผล  แก้ท้องร่วง
 ดอกคำฝอย    ๒. รสหวาน
               ซึมซาบไปตามเนื้อ ทำเนื้อให้ชุ่มชื่น บำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย   เจริญอาหาร บำรุงหัวใจ แก้ไอ แก้เสมหะแห้ง แก้หอบ แสลงกับโรค เสมหะเฟื่อง บาดแผล เบาหวาน น้ำเหลืองเสีย ฟันผุ อาเจียน ตัวยาเช่น
               
   
๑. ดอกคำไทย : รสหวาน บำรุงโลหิต แก้แสบร้อนคันตามผิวหนัง แก้บิด แก้ไตพิการ
๒. ดอกคำฝอย : รสหวาน บำรุงโลหิตและน้ำเหลืองให้เป็นปกติ แก้แสบร้อนตามผิวหนัง บำรุงหัวใจ บำรุง 
  ประสาท ขับระดู
๓. งวงตาลโตนด : รสหวานเย็น แก้พิษตานซาง ขับพยาธิ บำรุงดวงจิตให้ชื่นบาน
๔. ตานหม่อน : รสหวานเย็น แก้พิษตานซาง ขับไส้เดือน บำรุงเนื้อหนังให้ชุ่มชื้น คุมธาตุ
๕. น้ำอ้อย : กลิ่นหอม รสหวานเย็น น้ำอ้อยแดง รสหวานขมเล็กน้อย แก้เสมหะและหืดไอ กระจายเสมหะ
  ขับปัสสาวะ
๖. รากชะเอมจีน 
    (ชะเอมเทศ)
: ขับเลือดเน่า บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น แก้กำเดา แก้น้ำลายเหนียว
๗. รากชะเอมไทย : รสหวาน แก้โรคในคอ แก้ลม แก้รัตตะปิตตะโรค

๘. เหง้าสับปะรด

: รสหวาน ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้หนองใน ขับระดูขาว
๙. รากและดอกมะพร้าว : รสหวาน แก้ลงท้อง แก้อ่อนเพลีย แก้ปากเปื่อย แก้ไข้ตานซาง แก้ไข้กำเดา
๑๐. ดอกอังกาบ : รสหวาน แก้สตรีระดูขัด บำรุงไฟธาตุ แก้ไข้
 ลูกกระเบียน   ๓. รสเมาเบื่อ
               สำหรับ แก้พิษ  พิษโลหิต พิษเสมหะ พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้โรคทางอาโปธาตุ แก้พยาธิ ผื่นคัน แสลงกับโรคหัวใจพิการ ไอ น้ำดีพิการ ตัวยาเช่น  
              
   
๑.  ใบกระท่อม : รสเมาเบื่อขมฝาด   แก้บิดปวดมวน  แก้ปวดท้อง  แก้ท้องร่วง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย
๒.  กัญชา : รสเมา เจริญอาหาร ชูกำลัง ทำให้ใจขลาดกลัว
๓.  ใบลำโพง : รสเมา แก้พิษฝี แก้ปวด แก้บวม แก้หอบหืด
๔.  สะแกทั้ง ๕ : รสเบื่อเมา ขับพยาธิและไส้เดือน แก้โรคตานขโมย แก้ฝีตานซาง
๕.  ลูกกระเบียน -
      ลูกกระเบา
: รสเมาเบื่อ ฆ่าพยาธิกลากเกลื้อน  แก้มะเร็ง คุดทะราด โรคเรื้อน กุฎฐัง
๖.  ลูกสะบ้าต่าง ๆ : รสเมาเบื่อ  (เผา) แก้พิษไข้ ทาแก้พยาธิทั้งปวง 
๗.  รากขันทอง
      พยาบาท
: รสเมาเบื่อ แก้พิษลม แก้ประดง แก้พยาธิต่าง ๆ 
๘.  รากทองพันช่าง : รสเมาเบื่อ แก้กลากเกลื่อนผื่นคัน ดับพิษไข้ แก้โรคผิวหนัง และมะเร็ง
๙.  ชุมเห็ดเทศทั้ง ๕ : รสเบื่อเอียน ขับพยาธิในลำไส้ รู้ปิดรู้ถ่าย โรคผิวหนังทุกชนิด 
๑๐. เถากระไดลิง : รสเมาเบื่อ แก้พิษทั้งปวง แก้ไข้เซื่องซึม ขับเหงื่อ
 เถาบอระเพ็ด   ๔. รสขม 
               สำหรับบำรุงโลหิตและดี แก้ไข้เพื่อดี แก้ดีพิการ ดับพิษโลหิต แก้โลหิตพิการ  เจริญอาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้กำเดา แก้ไข้ต่างๆ แสลงกับโรค หัวใจพิการ โรคลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ ดีล้น ตัวยาเช่น              
 
   
๑. เถาบอระเพ็ด : รสขมเย็น แก้ไข้  แก้เสมหะ  แก้โลหิต  บำรุงน้ำดี  เจริญอาหาร  เข้ายาอายุวัฒนะ
๒. เถามะระ : รสขมเย็น   บำรุงน้ำดี   แก้ไข้   แก้กระหายน้ำ
๓. ลูกกระดอม : รสขม   แก้ไข้   บำรุงน้ำดี   ให้เจริญอาหาร ทำให้เลือดในกายเย็น แก้สะอึก
  แก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับน้ำย่อยอาหาร
๔. ดีงูต้น :รสขม แก้ไข้จับสั่น ตัดไข้จับ แก้พิษไข้ บำรุงน้ำดี
๕. เถาขี้กาแดง : รสขม บำรุงน้ำดี ถ่ายล้างเสมหะให้ตก ดับพิษเสมหะและโลหิต
๖.  เปลือกต้นสะเดา : รสขมฝาดเย็น แก้บิดมูกเลือด
๗.  มะกาเครือหรือ
      สะไอเครือ
: รสขม แก้เสมหะเป็นพิษ แก้บิด แก้พยาธิ แก้ปวดเบ่ง ขับเสมหะ   ขับฟอกโลหิตระดู
๘.  ใบและลูกมะแว้งเครือ : รสขม บำรุงธาตุ แก้ไอ แก้น้ำลายเหนียว แก้เสมหะ
๙.  ลูกประคำดีควาย : รสขม แก้กาฬภายใน ดับพิษตานซาง แก้ชันตุ 
๑๐.ดีสัตว์ต่าง ๆ : รสขม ขับยาให้แล่นเร็ว บำรุงน้ำดี และโลหิต
 ขิง   ๕ . รสเผ็ดร้อน
               สำหรับแก้ลม จุกเสียด แน่นเฟ้อ ขับผายลม บำรุงไฟธาตุ แก้ธาตุพิการ ขับโลหิตระดู ขับลมในลำไส้ ขับลมให้ฝายให้เรอ  ขับเหงื่อ เกลื่อนฝีให้ยุบ ย่อยอาหาร แสลงกับไข้ที่มีพิษร้อน ไข้ตัวร้อน เพ้อคลั่ง ตัวยา เช่น
                                                                           
   
๑.  ลูกจันทน์เทศ : รสเผ็ดร้อน แก้ปวดท้อง ชูไฟธาตุ แก้ธาตุพิการ เจริญอาหาร รัดมดลูก
๒.  ดอกจันทน์ : รสเผ็ดร้อน แก้ลม จุกเสียด แก้ปวดท้อง ชูไฟธาตุ
๓.  ลูกกระวาน : รสเผ็ดร้อน กระจายเสมหะโลหิต แก้ปวดท้อง แก้จุกเสียด ขับลมในท้อง
๔.  กานพลู : รสเผ็ดร้อน กระจายลมเสมหะอันข้น  แก้เสมหะอันเกิดในกองโลหิต และแก้รัตตะปิตตะโรค และ
  กระทำให้อาหารงวด แก้ปวดท้อง แก้รำมะนาด 
๕.  รากพาดไฉน : รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะ ขับผายลม
๖.  หัวเต่าเกียด : รสเผ็ดร้อน แก้โรคตับปอดพิการ แก้ตับทรุด ฟอกเสมหะ
๗.  พริกหอม : รสเผ็ดร้อน ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้
๘.  พริกหาง : รสเผ็ดร้อน บำรุงธาตุ แก้ปวดท้อง ขับลม ขับปัสสาวะ ขับหนอง
๙.  ขิงแห้ง : รสเผ็ดร้อนหวาน แก้พรรดึก กระจายลม แก้จุกเสียด ขับเหงื่อ แก้ไข้ตรีโทษ 
๑๐.หัวกระชาย : รสเผ็ดร้อน แก้มุตกิด แก้โรคในปาก แก้ลมอันเกิดแต่กองหทัยวาตะ
    ๖ . รสมัน
               แก้เส้นเอ็นพิการ  บำรุงเส้นเอ็น  บำรุงร่างกาย  บำรุงไขข้อ  บำรุงเยื่อกระดูก  ทำให้เกิดความอบอุ่น แก่ร่างกาย  แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย  เป็นยาอายุวัฒนะ แสลงกับโรคเสมหะพิการ ไอ หอบ บิด ไข้ต่าง ๆ โรคดีซ่าน ตัวยาเช่น
                                                             
   
๑.  เมล็ดงา : รสมัน บำรุงไขมัน และแก้เส้นเอ็น แก้เมื่อย บำรุงกำลัง 
๒.  เมล็ดถั่วเขียว : รสมัน แก้ร้อนภายใน แก้ขัดข้อ บำรุงเนื้อและกระดูก บำรุงกำลัง
๓.  เมล็ดถั่วลันเตา : รสมัน แก้ตับพิการ และม้ามย้อย บำรุงกำลัง
๔.  เมล็ดถั่วลิสง : รสมัน บำรุงไขมัน บำรุงเส้นเอ็น ขับผายลม บำรุงกำลัง 
๕.  เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ : รสมัน แก้โรคผิวหนัง ทำลายตุ่มตาปลา
๖.  แก่นกันเกรา : รสมัน บำรุงไขข้อ แก้ปวดเมื่อย เป็นยาอายุวัฒนะ
๗.  หัวแห้ว : รสมัน บำรุงกำลัง บำรุงครรภ์ บำรุงธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะ 
๘.  หัวถั่วพู : รสมัน บำรุงกำลัง แก้น้ำดีพิการ แก้ไข้
๙.  น้ำนมแพะ : รสมัน บำรุงไฟธาตุ แก้จุกเสียด แก้หืดไอ บำรุงกำลัง
๑๐.เลือดแรด : รสมันคาว บำรุงโลหิต แก้ช้ำใน กระจายโลหิต
 เตยหอม   ๗ .รสหอมเย็น
               ทำให้ชื่นใจ  บำรุงหัวใจ  ตับ  ปอด  บำรุงครรภ์รักษา   แก้อ่อนเพลีย  ชูกำลัง  แก้กระหายน้ำ แสลงกับโรคลมกองหยาบ  แน่นจุกเสียด  ลมป่วง 
ลมในลำไส้  ลมนอกไส้  โรคปอดพิการ  ตัวยาเช่น
                                                                            
   
๑.  เกสรทั้ง ๕  : รสหอมเย็น แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้จับ ไข้เพื่อลม ให้เจริญอาหาร แก้โรคตา และบำรุงหัวใจ
๒.  หญ้าฝรั่น : รสหอมเย็น ชูกำลัง บำรุงหัวใจ ทำให้ชื่นใจ 
๓.  รากแฝกหอม : รสหอมเย็น บำรุงหัวใจ แก้ไข้เพื่อดี
๔.  น้ำดอกไม้เทศ : รสหอมเย็น บำรุงหัวใจให้ผ่องใส
๕.  ต้นเตยหอม : รสหอมเย็น บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ
๖.  รากชะลูด : รสหอมเย็น แก้ไข้อ่อนเพลีย แก้ลมบาดทะจิต
๗.  กฤษณา : รสหอมเย็น บำรุงหัวใจ  บำรุงตับ ปอด แก้ไข้
๘.  กระลำพัก : รสหอมเย็น แก้พิษเสมหะ โลหิต บำรุงตับ  ปอด  หัวใจ แก้ธาตุพิการ
๙.  ขอนดอก : รสหอมเย็น แก้ไข้เพื่อตรีโทษ บำรุงครรภ์รักษา บำรุงตับ  ปอด  หัวใจ
๑๐.พิมเสนในปล้องไม้ไผ่  : รสหอมเย็น แก้เสมหะ แก้ลม แก้หอบ หืด   แก้โรคตา
 กระชาย   ๘. รสเค็ม
               ซึมซาบไปตามผิวหนัง    แก้พรรดึก   ขับเมือกมันในลำไส้   แก้โรคผิวหนัง   ชำระถ่ายน้ำเหลือง รักษาเนื้อ (เนื้อสัตว์) ไม่ให้เน่า  แก้เสมหะเหนียว แสลงกับโรค อุจจาระธาตุพิการ บิด มูกเลือด แผลในกระเพาะและลำไส้ ตัวยาเช่น
                                                                                      
   
๑.  แก่นแสมทะเล : รสเค็ม    แก้กระษัย   ขับโลหิต   ขับน้ำคาวปลา   ขับลม 
๒.  เปลือกต้นลำพู : รสเค็ม   แก้โรคผิวหนัง   แผลเปื่อย
๓.  เปลือกต้นตะบูน : รสเค็ม   แก้บิด   แก้ท้องร่วง   สมาน   แก้ไอ 
๔.  เปลือกต้นมะเกลือ : รสเค็ม   แก้กระษัย   แก้พยาธิ   แก้ตานซาง
๕.  โคกกระสุน : รสเค็ม   ขับปัสสาวะ  ขับมุตกิด    แก้ไตพิการ
๖.  ดินประสิว : รสเค็ม   ขับปัสสาวะ    ถอนพิษ    ขับลมในเส้น
๗.  ใบกระชาย : รสเค็ม   แก้โรคในปาก   ลำคอ   แก้โลหิต
๘.  ใบหอมแดง : รสเค็ม    แก้ไข้หวัด    แก้โรคตา   แก้ฟกช้ำ
๙.  เกลือทั้ง ๕ : รสเค็ม    แก้ไข้พรรดึก  แก้ท้องมาน   แก้เสมหะ   แก้บิดมูกเลือด บำรุงน้ำเหลือง
๑๐. เนาวหอยเผา : รสเค็มกร่อย    ขับลมในลำไส้ ชะล้างลำไส้ แก้โรคกระษัย แก้ไตพิการ ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ บำรุงกระดูก
 มะยม   ๙. รสเปรี้ยว
               แก้เสมหะพิการ เสมหะเหนียว แก้ไอ ฟอกโลหิต ระบายอุจจาระ แก้ท้องผูก แก้กระหายน้ำ แก้เลือดออกตามไรฟัน แสลงกับโรค น้ำเหลืองเสีย บาดแผล ท้องร่วง ไข้พิษ ไข้ต่าง ๆ ตัวยาเช่น
                                       
   
๑. ใบส้มป่อย : รสเปรี้ยว ชำระล้างเสมหะในลำไส้ ฟอกโลหิต 7
๒. ใบโทงเทง : รสเปรียว แก้เจ็บคอ แก้ฝีในคอ แก้น้ำลายพิการ
๓. ใบมะขาม : รสเปรี้ยว แก้คูถเสมหะ ฟอกโลหิต 
๔. ใบส้มเสี้ยว : รสเปรี้ยว แก้เสมหะ ฟอกโลหิตสตรี
๕. ใบมะยม : รสเปรี้ยว แก้เสมหะ ถอนพิษ แก้ไข้เพื่อเสมหะ 
๖. ลูกมะดัน : รสเปรี้ยว ล้างเสมหะ ฟอกโลหิต 
๗. ลูกมะเขือขื่น : รสเปรี้ยว ขับเสมหะ แก้น้ำลายเหนียว 
๘. ลูกมะอึก : รสเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ   แก้น้ำลายเหนียว 
๙. น้ำมะนาว , น้ำมะกรูด , น้ำส้มซ่า : รสเปรี้ยว กัดเสมหะ แก้ลม ฟอกโลหิต 
๑๐.รากมะกล่ำทั้ง ๒ : รสเปรี้ยว บำรุงเสียง แก้ศอเสมหะ แก้ลมในลำไส้
 ตำลึง  

นอกจากรสทั้ง ๙ นี้แล้ว ยังมีรสจืด ( ความไม่มีรส ) ที่มีสรรพคุณทางยา อนุโลมให้เป็นรสที่ ๑๐

๑๐ . รสจืด
               แก้ทางเสมหะ ขับปัสสาวะ ดับพิษ  แก้ไข้  แก้ร้อนในกระหายน้ำ  แก้ไตพิการ  แก้ในทางเตโชธาตุ ถอนพิษผิดสำแดง  ตัวยาเช่น
 

   
๑.  ต้นผักกาดน้ำ : รสจืด ขับปัสสาวะ แก้ช้ำรั่ว
๒.  หญ้าถอดปล้อง : รสจืด ขับปัสสาวะ แก้มุตกิต
๓.  รากและตาไม้ไผ่ป่า : รสจืด ขับปัสสาวะ แก้กระหายน้ำ
๔.  รากต่อไส้ : รสจืด แก้ปัสสาวะ แก้ไตพิการ
๕.  ตะไคร้น้ำ ตะไคร้หางนาค : รสจืด ขับปัสสาวะ แก้ช้ำรั่ว แก้กระษัยกล่อน
๖.  รากไทรย้อย : รสจืด ขับปัสสาวะ แก้กระษัยไตพิการ
๗. รากแตงหนู : รสจืด แก้ปัสสาวะพิการ แก้เสมหะ 
๘.  แก่นปรู แส้ม้าทลาย : รสจืด แก้น้ำเหลืองเสีย แก้พิษประดง แก้เสมหะพิการ
๙.  ต้นขลู่ : รสจืด แก้กระษัยกล่อน แก้ปัสสาวะพิการ
๑๐.เถาตำลึง : รสจืดเย็น แก้ไข้ที่มีพิษ แก้โรคตา ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้
 ขมิ้นอ้อย   การพิจารณาตัวยาและยา ต้องพิจารณารส ๙ รส พร้อมรสประธาน หรือ “ ฤทธิ์ ” ของยา ตัวอย่างดังนี้
 
      ตัวยารสฝาด
       - รสฝาดร้อน  เช่น  เปลือกทิ้งถ่อน  เปลือกพิกุล  เปลือกข่อย
       - รสฝาดเย็น  เช่น  รากกล้วยตีบ  เนระพูสี  มหาสดำ  ก้างปลาแดง
       - รสฝาดสุขุม เช่น  ขมิ้นอ้อย  ฝางเสน  เบญกานี  โกฐพุงปลา
 
                
                              
ลำโพง         ตัวยารสหวาน
       - รสหวานร้อน  เช่น  เหง้าขิงสด  น้ำผึ้งเก่า  รากลำโพง  ฝักประดู่
       - รสหวานเย็น  เช่น  รากหญ้าคา  รากตาล  หัวเต่ารั้ง  น้ำตาลกรวด 
       - รสหวานสุขุม  เช่น  ดอกคำไทย  เทียนข้าวเปลือก  รากเข็มขาว
 
เถากระไดลิง          ตัวยารสเมาเบื่อ
       - รสเมาเบื่อร้อน  เช่น  ขันทองพยาบาท  กำมะถัน  สะแกแสง
       - รสเมาเบื่อเย็น  เช่น  เห็ดงูเห่า  เห็ดกระถินพิมาน  เถากระไดลิง
       - รสเมาเบื่อสุขุม  เช่น  รากมะหาด  รากเล็บมือนาง  รากกรวยป่า             
 
มะระขี้นก         ตัวยารสขม
      - รสขมร้อน  เช่น  ผักเสี้ยนผี  แก่นขี้เหล็ก  มะระขี้นก  ลูกขี้กาแดง
      - รสขมเย็น  เช่น  หญ้าลูกใต้ใบ  บอระเพ็ด  หัวบัวขม  เม็ดมะนาว 
      - รสขมสุขุม  เช่น  เทียนขม  เทียนลวด  แก่นสะเดา  รากชิงชี่  
 
เทียนขาว          ตัวยารสเผ็ดร้อน
       - รสเผ็ดร้อนร้อน  เช่น  ขอบชะนาง  หัสคุณ  พาดไฉน  รากคัดลิ้น
       - รสเผ็ดร้อนเย็น  เช่น  จันทน์หอม  ลูกช้าพลู  อบเชยไทย  
       - รสเผ็ดร้อนสุขุม  เช่น  เทียนตากบ  เทียนขาว  สมอทะเล  สักขี  
 
 กระจับ    
                 
        ตัวยารสมัน
         - รสมันร้อน  เช่น  เมล็ดสลอด  เขากวางอ่อน  กานพลู  เมล็ดนุ่น
         - รสมันเย็น  เช่น  หัวร้อยรู  รากบัวหลวง  งา  กระจับ  หัวถั่วพู  
         - รสมันสุขุม  เช่น  โกฐหัวบัว  โกฐกระดูก  แก่นสน  เมล็ดบัวหลวง
 มะลิ           ตัวยารสหอม
        - รสหอมร้อน  เช่น  ลูกกระวาน  ชะลูด  ดอกจันทน์  เจตพังคี
        - รสหอมเย็น  เช่น  ดอกมะลิ  ดอกสารภี  เตยหอม  พิมเสน   
        - รสหอมสุขุม  เช่น  รากกรุงเขมา  กฤษณา  ลูกซัด  แฝกหอม
 
 
ผักชะคราม           ตัวยารสเค็ม
        - รสเค็มร้อน  เช่น  หญ้ายองไฟ  รากไผ่ป่า  ลำพันหางหมู
        - รสเค็มเย็น  เช่น  ดีเกลือฝรั่ง  แก้วแกลบ  ดินประสิว  ผักชะคราม  
        - รสเค็มสุขุม  เช่น   โกงกาง  หัวหอม  เกลือสินเธาว์
 
 
 ส้มป่อย            ตัวยารสเปรี้ยว
         - รสเปรี้ยวร้อน  เช่น  ส้มกุ้ง  ส้มเช้า  สลัดได  ใบมะขาม  ฝักส้มเสี้ยว
         - รสเปรี้ยวเย็น  เช่น  รากพุงดอ  ลูกมะกอก  สับปะรด  ลูกมะอึก
         - รสเปรียวสุขุม  เช่น  ลูกมะยม  ฝักส้มป่อย  ใบมะขามแขก
     
 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
                - วุฒิ วุฒิธรรมเวช , คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์ , พิมพ์ครั้งที่ ๑ , กรุงเทพ ฯ : บริษัท ศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด , ๒๕๔๕
                - เชาวน์ กสิพันธุ์ , ตำราเภสัชศึกษา ,สมาคมแพทย์ เภสัชกรรมไทยโบราณ , ๒๕๒๒
                - กองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข , ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต    

 




สาระน่ารู้

อาหารและการกินอาหารที่ทำให้เกิดโรคในคัมภีร์แพทย์แผนไทย article
โยนิโสมนสิการ article
จรรยาแพทย์ article
น้ำมันมะพร้าว บทบาทต่อสุขภาพและความงาม article
ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ article
ประโยชน์ของการให้อภัย article
ตัวยาที่ใช้แทนกันได้ article
ตัวยาที่มีชื่อเรียกแปลก ๆ article
ตัวยาที่เป็นปริศนา article
ตัวยาเรียกได้หลายชื่อ article
ดินต่าง ๆ ที่ใช้ทำยา article
ประโยชน์จากการออกกำลังกาย article
คำตั้งสัจจะอธิษฐาน article
ประวัติความเป็นมาของฤาษีดัดตน article



ช่องทางใหม่กับคลีนิกการแพทย์แผนไทยพฤกษเวช
รับ ติว สอน อบรม
dot
dot
เป็นไข้ ปวดศีรษะ ไมเกรน ไซนัส ( have a fever, headache, migraine, sinus)
ระบบประสาทและสมอง (nervous and brain system)
หลอดเลือดและหัวใจ (blood vessel and heart)
ระบบทางเดินหายใจและปอด (respiratory and lung system)
ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ (gastrointestinal tract, digestive tract and intestine system)
ตับและถุงน้ำดี (liver and gallbladder)
กระดูก เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ (bones tendon and muscle)
ระบบเลือดและน้ำเหลือง (blood and lymph system)
มะเร็งและภูมิคุ้มกันบกพร่อง (cancer and immune deficiency)
โรคผิวหนัง ประดงผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย (integumentary, itchy rash, bad lymphatic)
ระบบรอบเดือนและมดลูก (menstrual cycle and uterus system)
ระบบทางเดินปัสสาวะและไต (urinary and kidney system)
ยาหอม (cordial)
ยาบำรุง (stimulant)
ยาอมสมุนไพร (herbal lozenge)
ยาระบาย (laxative)
ยาทาแผลและน้ำมันนวด (topical wound and massage oil)
dot
dot
bulletสรุปเวชกรรมไทย
bulletรู้ทันโรค
bulletสาระน่ารู้
bulletโยนิโสมนสิการ
bulletยาสามัญประจำบ้าน
bulletโรคต่างๆ ในทรรศนะแพทย์แผนไทย
bulletประวัติความเป็นมาของ"ฤาษีดัดตน"
bulletย้อนรอยศาสตร์การนวด
bulletอาหารและการกินอาหารที่ทำให้เกิดโรคในคัมภีร์แพทย์แผนไทย
bulletตัวยา 9 รส
bulletน้ำมันมะพร้าว บทบาทต่อสุขภาพและความงาม


 

qrcode


Copyright © 2011 All Rights Reserved.

คลินิกการแพทย์แผนไทยพฤกษเวช
ที่อยู่ :  เลขที่ 37 แขวง :  บางพรม เขต : ตลิ่งชัน
จังหวัด : กรุงเทพฯ      รหัสไปรษณีย์ : 10170
เบอร์โทร :  02-4125358      มือถือ :  081-3479459
อีเมล : y.prueksa@yahoo.co.th
เว็บไซต์ : www.prueksaveda.com

 

 หน้าแรก | ติดต่อเรา | สินค้าและบริการ | ข่าวสารประชาสัมพันธ์ | รู้ทันโรค | ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ